กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร

      ธุรกิจจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
      ในการประกอบธุรกิจรับจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งใบอนุญาตนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้รวมอนุญาตให้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ด้วย ปัจจุบันบริษัทได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากรัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนเป็นจำนวนมาก ให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยมีสถานภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภายใต้การจัดการ ณ วันที่  31 สิงหาคม 2557 ดังนี้
      You need to upgrade your Flash Player

      กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร

       

      กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นโดยความสมัครใจ ประกอบด้วยเงินที่ลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกของกองทุนจ่ายสะสมและเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่สมาชิก และครอบครัว ในกรณีที่สมาชิกออกจาก งาน เกษียณอายุ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต

       

       

      องค์ประกอบของเงินกองทุน

      • เงินสะสม หมายถึง เงินที่ลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนจ่ายเข้ากองทุนเพื่อตนเอง โดยนายจ้างจะหักจากค่าจ้างของลูกจ้างที่เป็นสมาชิกทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง

      • เงินสมทบ หมายถึง เงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเพื่อลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุน ในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของสมาชิก ซึ่งจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

      • ผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ หมายถึง ดอกผลที่เกิดจากการนำเงินสะสม และเงินสมทบไปลงทุน

       

       

      บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุน

      คณะกรรมการกองทุนประกอบด้วยกรรมการกองทุนฝ่ายนายจ้างและกรรมการกองทุนฝ่ายสมาชิก หน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนคือควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดนโยบายลงทุนให้บริษัทจัดการดำเนินการ เป็นผู้แทนของกองทุนในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก และในกรณีที่นายจ้างหรือสมาชิกมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างหรือสมาชิกสามารถติดต่อบริษัทจัดการได้โดยผ่านทางคณะกรรมการกองทุน

       

      ประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ

      • เสมือนได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น จากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้

      • เป็นสวัสดิการเงินได้ที่เพิ่มขึ้น เมื่อออกจากงาน หรือ เกษียณอายุ

      • เป็นหลักประกันแก่ครอบครัว กรณีสมาชิกทุพพลภาพหรือเสียชีวิต

      • เป็นโอกาสออมเงินเพื่อตนเองและครอบครัวเพิ่มขึ้น

      • เงินออมอยู่ภายใต้การบริหารของมืออาชีพ

      • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

       

      สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สมาชิกจะได้รับ

      กรณีที่ 1 เมื่อสมาชิกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน

      เงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุนสามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้เพื่อเสียภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกินปีละ 490,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเงินได้เพื่อเสียภาษี

       

      กรณีที่ 2 เมื่อบริษัทจัดการนำเงินไปลงทุน

      ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนโดยเปรียบเทียบระหว่างการฝากเงินในธนาคารโดยบุคคลทั่วไป กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะเห็นได้จาก ตัวอย่างในตารางข้างล่าง

      หน่วย : บาท
      บุคคลทั่วไป
      กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 
       เงินลงทุน
      120,000
      120,000
       อัตราดอกเบี้ย 5 %
      6,000
      6,000
       ภาระภาษี
      หัก ณ ที่จ่าย 15% (900)
      ได้รับการยกเว้นภาษี
       ผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับจากการลงทุน
      5,100
      6,000

       

      กรณีที่ 3 เมื่อสมาชิกออกจากงาน

      • กรณีสมาชิกออกจากงาน และอายุการทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เงินกองทุนที่ได้รับ สามารถเลือกเสียภาษีแยกต่างหาก จากเงินได้ประเภทอื่น
      • สำหรับเงินที่ได้รับจากกองทุนในกรณีต่อไปนี้จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
        (1) เสียชีวิต

        (2) ออกจากงานโดยมีอายุขั้นต่ำ 55 ปีบริบูรณ์และมีอายุสมาชิกกองทุน 5 ปีขึ้นไป

        (3) ทุพพลภาพ

       

      การลงทุนของกองทุน

      ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ อาทิ

      • เงินฝาก เช่น เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

      • ตราสารแห่งหนี้ เช่น พันธบัตรหรือตั๋วเงินคลัง บัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน และ หุ้นกู้ เป็นต้น

      • ตราสารแห่งทุนเช่น หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งทุน เป็นต้น

      • ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นต้น 

      ความปลอดภัยของกองทุน

      เงินกองทุนมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีสภาพเป็นนิติบุคคล แยกต่างหากจากนายจ้างและบริษัทจัดการ ในกรณีที่นายจ้างเลิกกิจการ เจ้าหนี้ของนายจ้างไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีเงินจากกองทุนได้ และในกรณีที่บริษัทจัดการประสบปัญหา เช่น ล้มละลายหรือเลิกกิจการ เป็นต้น กองทุนสามารถดำเนินการต่อไปได้ เพียงแต่คณะกรรมการกองทุนต้องดำเนินการคัดเลือกบริษัทจัดการรายใหม่เพื่อบริหารกองทุนต่อไป

      เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้กองทุนต้องมีผู้รับฝากทรัพย์สินซึ่งเป็นบุคคลที่สามแยกต่างหากจากบริษัทจัดการ ทำหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุนแทนบริษัทจัดการ สมาชิกจึงมั่นใจในความถูกต้องและปลอดภัยของทรัพย์สินได้มากขึ้น เพราะหน้าที่ประการหนึ่งของผู้รับฝากทรัพย์สินของ กองทุนคือ ป้องกันมิให้บริษัทจัดการนำทรัพย์สินของกองทุน ไปก่อให้เกิดความเสียหาย

       

       

      สมาชิกจะได้รับเงินทุนเมื่อไร

      เมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพ บริษัทจัดการจะต้องจ่ายเงินจากกองทุน ให้แก่สมาชิก โดยต้องจ่ายรวมทั้งหมดครั้งเดียวภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสุดสมาชิกภาพตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับกองทุน
      ในกรณีที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะเหตุถึงแก่ความตาย บริษัท จัดการจะต้องจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์ ตามที่สมาชิกได้แจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแก่บริษัทจัดการหรือบุคคลที่บริษัทจัดการมอบหมาย

       

       

      การบริหารและจัดการกองทุน

      การจัดการกองทุนต้องดำเนินการโดยบุคคลที่มิใช่นายจ้าง และต้องได้รับอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทจัดการกองทุนส่วนบุคคล อาทิ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset)

       

       

      จุดเด่นของ บลจ.กสิกรไทย
      1. ผู้นำตลาดด้านธุรกิจจัดการลงทุน โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร
      ขนาดใหญ่ ทำให้มีอำนาจในการต่อรอง และเข้าถึงตราสารการลงทุนสูง ลูกค้าภายใต้การจัดการจึงไม่พลาดโอกาสในการลงทุน
      2. สร้างผลตอบแทนสูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม มุ่งเน้นการ
      ลงทุน โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก มีทีมงานด้านการบริหารความเสี่ยงดูแลรับผิดชอบโดยเฉพาะ
      3. ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
      มากกว่า 2,000 องค์กร รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และสำนักงานประกันสังคม ให้เป็นผู้จัดการกองทุน
      4. มีบริการเสริมด้านการเงินพิเศษแก่สมาชิกกองทุน ภายใต้ความ
      ร่วมมือจากเครือธนาคารกสิกรไทย อาทิ บริการการวางแผนทางการเงิน สินเชื่อพิเศษ เป็นต้น

      คำเตือน
      แผนผังเว็บไซต์ ©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด
      400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ชั้น 6 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย โทรศัพท์: 0 2673 3999 โทรสาร: 0 2673 3988