5/15/2020

เห็นของดีต้องรีบคว้า! กับกองทุน SSF และ SSFX จากกสิกรไทย

​ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทั่วโลกต่างกำลังเผชิญอยู่ ส่งผลให้ภาพรวมระบบเศรษฐกิจโลกยังคงผันผวน เนื่องจากภาคการผลิตและการบริโภคต่างชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ระดับราคาหุ้นก็ยังปรับตัวขึ้นๆ ลงๆ ตามกระแสข่าวไวรัสวายร้าย รวมถึงธนาคารกลางทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับตลาดเงินตลาดทุน ในขณะที่ภาครัฐในหลายประเทศพยายามประกาศใช้มาตรการเยียวยา และผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งมีความหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น และไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีกระลอก


ทุกท่านในฐานะผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอเพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าลงทุนในจังหวะนี้ แต่หากใครที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารเพื่อจับจังหวะทำกำไรด้วยตัวเอง ก็อยากให้มองกองทุนรวมไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยเฉพาะท่านที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี แต่ยังไม่ได้เริ่มมองหาการลงทุนเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเลย ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund : SSF) และกองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (Super Savings Fund Extra : SSFX) ได้ โดยทั้ง 2 กองทุน ถือเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีที่มาแทนกองทุน LTF 

กองทุน SSFX ได้เปิดขายไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 63 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 63 โดยกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% ซึ่งผู้ที่ซื้อในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่ม 200,000 บาท (ไม่รวมกับยอดลงทุนในกองทุน SSF) และต้องถือครองหน่วยลงทุนเป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ส่วนกองทุน SSF ก็มีระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุน 10 ปีนับจากวันที่ซื้อเช่นเดียวกัน แต่จะต่างกันตรงที่กองทุน SSF มีนโยบายการลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในทุกประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก และมีวงเงินสำหรับลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อนำไปนับรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท และซื้อได้ไปจนถึงสิ้นปี

สำหรับความแตกต่างระหว่างกองทุน SSF กับ SSFX ก็คือ ความหลากหลายของนโยบายการลงทุน โดยกองทุน SSFX จะเน้นลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก ในขณะที่กองทุน SSF จะสามารถกระจายไปได้ในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชน เป็นต้น และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REITs) และสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้สินทรัพย์แต่ละประเภททำหน้าที่สร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกลงทุนกับบลจ.ที่มีกองทุนหลากหลายจึงตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนที่ดีกว่า ซึ่งในวันนี้ บลจ.กสิกรไทย จะขอแนะนำกองทุน SSF 4 กองทุน 4 สไตล์ ให้ทุกท่านได้เลือกลงทุนกัน

เริ่มกันที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส ชนิดเพื่อการออม (K-FIXEDPLUS-SSF) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ A+ ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Active Investment Management) เหมาะสำหรับท่านที่เริ่มต้นลงทุน และยังรับความเสี่ยงได้น้อย ในขณะที่กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม ชนิดเพื่อการออม (K-GINCOME-SSF) ที่เน้นกระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง นอกจากนี้ สำหรับผู้รับความเสี่ยงได้สูงและเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดทุนไทย แนะนำกองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-STAR-SSF) และกองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX) ซึ่งทั้ง 2 กองทุนมีนโยบายการลงทุนที่เหมือนกัน คือ ที่เน้นลงทุนหุ้นไทยชั้นนำที่มีศักยภาพและเติบโตได้ในระยะยาว ผ่านกลยุทธ์จับจังหวะซื้อ-ขาย (Tactical Trading) เพื่อโอกาสทำกำไรในทุกช่วง ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่ใช้บริหารกองทุน K-STAR-A(R) กองทุนหุ้นไทยที่มีความโดดเด่นในเรื่องการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ในประเภท Overall Rating (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 63) และสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ขอแนะนำกองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม (K-CHANGE-SSF) เน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกในกลุ่มบริษัทที่สร้างประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม และมีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) ที่ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar (ข้อมูล ณ 31 มี.ค. 63)

บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าในช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะต่อการทยอยเข้าลงทุนในกองทุน SSF และ SSFX เพื่อโอกาสทำกำไรในระยะยาว พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และโปรโมชั่นดีๆ โดยท่านที่ระดับเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ลงทุนในกองทุน SSFX ให้เต็มสิทธิ์ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 63 เพื่อรับสิทธิ์พิเศษในการลดหย่อนภาษีเพิ่ม 2 แสนบาทก่อน แล้วจึงค่อยกระจายการลงทุนมายังกองทุน SSF

เห็นของดีต้องรีบคว้า! กับกองทุน SSF และ SSFX จากบลจ.กสิกรไทย เริ่มต้นลงทุนได้ง่ายๆ เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย และตัวแทนจำหน่าย

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

Yes
5/15/2020