1. Green Bond (ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)
ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำไปอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น โครงการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน, การจัดการมลพิษ ฯลฯ
2. Social Bond (ตราสารหนี้เพื่อพัฒนาสังคม)
ตราสารหนี้ที่ระดมทุนไปใช้ในโครงการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาทางสังคม เช่น โครงการเพื่อลดปัญหาการว่างงาน, โครงการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม และการเข้าถึงสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น
3. Sustainability Bond (ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน)
ตราสารหนี้ที่ผสมผสานระหว่าง Green Bond และ Social Bond เพื่อสร้างประโยชน์ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน, การศึกษา, สาธารณสุข ฯลฯ
4. Sustainability-Linked Bond (ตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน)
ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่นเดียวกับ Sustainability Bond แต่จะมีเงื่อนไขด้านอัตราดอกเบี้ย กล่าวคืออัตราดอกเบี้ยจะสามารถเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้ตามผลสำเร็จของเป้าหมายของบริษัทผู้ออกที่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและสังคม
แล้วถ้าถามว่า ESG Bond มีข้อดีอย่างไร ก็บอกได้เลยว่ามีข้อดีทั้งในมุมต่อ “บริษัทผู้ออกตราสาร” และ “ผู้ลงทุน” สำหรับผู้ออกตราสารนั้น การออก ESG Bond ถือเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รวมถึงช่วยดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในมุมของผู้ลงทุนเอง ก็ได้ประโยชน์หลายต่อจากการลงทุนใน ESG Bond ทั้งการได้โอกาสลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตโดยรวม รวมถึงผู้ลงทุนยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
[บลจ.กสิกรไทย ผู้นำด้านกองทุน ESG อันดับ 1 ของประเทศไทย]
ปัจจุบัน KAsset ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนที่ครองส่วนแบ่งตลาดกองทุน ESG และ SRI มากที่สุดในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยมีกองทุนที่โดดเด่นดังนี้ :
▪️ 𝐊-𝐄𝐒𝐆𝐒𝐈-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนประหยัดภาษี เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐความเสี่ยงต่ำ เพิ่มโอกาสทำกำไรในระยะยาว และถือเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวกลุ่ม Thai ESG ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีขนาดกองทุน 6.27 พันล้านบาท (ที่มา : AIMC ณ วันที่ 30 มิ.ย. 68)
▪️ 𝐊-𝐄𝐒𝐆𝐒𝐈-𝐀
เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเพื่อความยั่งยืนระยะยาว ที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน
▪️ 𝐊-𝐁𝐋𝟑𝟎-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนผสม ชนิดลดหย่อนภาษี ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มี SET ESG Ratings ระดับ AAA และลงทุนในตราสารหนี้ไทยระดับ Investment Grade
▪️ 𝐊-𝐂𝐇𝐀𝐍𝐆𝐄
กองทุนหุ้น ESG ต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.50 หมื่นล้านบาท
▪️ 𝐊-𝐓𝐍𝐙-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนหุ้น Thai ESG ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยมูลค่ากว่า 2.98 พันล้านบาท และยังเป็นกองทุน Net Zero กองแรกของไทย
ที่มา: บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2025
คำเตือน : กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน