กองทุนแนะนำ

K-CLIMATE

ลงทุนหุ้นทั่วโลก
ที่มีส่วนช่วยลดปัญหา
สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ
Climate Change

UN คาดการณ์ในอนาคตอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก จะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.1 – 6.4 องศาเซลเซียส สาเหตุสำคัญมาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์

ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนทั่วโลก เพื่อแก้ปัญหา Climate Change ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมาก โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate
Change) เป็นสาเหตุของการเกิดภัยพิบัติ
ทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม
สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของมนุษย์

จำนวนเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนที่คำนึง
ถึงสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ
โดยในรอบ 1 ปี มีเงินลงทุนไหลเข้ากองทุน
กลุ่ม Ecology Sector Funds
เกือบ 50,000 ล้านยูโร
(ข้อมูล ณ สิ้นเดือน พ.ย. 64)

ทำไมต้องเลือก K-CLIMATE จากกสิกรไทย

เพราะเป็น

กองทุนแรกในไทย ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Clean Energy

ไม่ว่าจะเป็น NextEra Energy, Carrier, TJX ผ่านกองทุนหลัก LO Funds - Climate Transition (USD), I Class A ภายใต้มาตรฐานการลงทุนอย่างยั่งยืนตาม SFDR Article 9

ผลการดำเนินงานกองทุน K-CLIMATE

K-CLIMATE

ดัชนีชี้วัด

ต้นปีถึงปัจจุบัน
-5.91%
ต้นปีถึงปัจจุบัน
-9.39%
3 เดือน
-2.18%
3 เดือน
-5.32%
6 เดือน
-6.32%
6 เดือน
-6.52%
1 ปี (ต่อปี)
8.47%
1 ปี (ต่อปี)
10.90%
ตั้งแต่จัดตั้ง(ต่อปี)
14.54%
ตั้งแต่จัดตั้ง(ต่อปี)
17.38%

ดัชนีชี้วัด MSCI World Net Total Return USD / ข้อมูล ณ วันที่ 3 มี.ค. 65 / กองทุนจัดตั้งเมื่อ 17 ก.ย. 63 / ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันอนาคต

ตัวอย่างหุ้นที่กองทุน K-CLIMATE ลงทุน

กองทุนหลักแบ่งการคัดเลือกหุ้นออกเป็น 2 ส่วน

ธุรกิจที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon-constrained World)

Crown Holdings
Autodesk
Cummins
Steel Dynamics
NextEra Energy

ธุรกิจที่มีการปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Carbon-damaged World)

Verisk
Carrier
Allianz

เปรียบเทียบกองทุน K-CLIMATE และกองทุนหุ้นโลกอื่น ๆ

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับคำแนะนำการลงทุน

กองทุน K-CLIMATE ลงทุนทั้งในหุ้นคุณค่า (Value) และหุ้นเติบโตสูง (Growth) ทำให้กองทุนได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นคุณค่าในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน จึงไม่ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานโลก อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนหลักยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อธีมการลงทุน โดยเชื่อว่าผู้ลงทุนทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในบริษัทที่สามารถแก้ปัญหาโลกร้อนได้ ผู้ลงทุนที่ถือกองทุนนี้อยู่แล้วก็สามารถถือต่อไปได้ ส่วนผู้ลงทุนที่อยากลงทุนเพิ่มสามารถหาจังหวะทยอยเข้าลงทุน เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ผู้จัดการกองทุนหลักคัดกรองหุ้นจาก 2,500 ตัว จนเหลือ 750 ตัว ที่เข้าธีม Climate Change อย่างแท้จริง ซึ่งเพียงพอในการคัดสรรหุ้นเพื่อสร้างพอร์ตที่ดีได้
การลงทุนในตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนจึงควรตั้งเป้าหมายการลงทุนอย่างน้อย 5 ปี เนื่องการลงทุนในระยะสั้นมีโอกาสเห็นการขาดทุนได้สูงจากปัจจัยลบต่างๆ ขณะที่การลงทุนในระยะยาวจะเปิดโอกาสให้ราคาสามารถสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจได้เต็มที่ จึงช่วยลดโอกาสขาดทุนจากการลงทุนได้ ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม โดยผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางควรมีกองทุนหุ้นต่างประเทศไม่เกิน 30% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง และลดความผันผวน
ภาวะตลาดในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นการจับจังหวะตลาดเพื่อเข้าลงทุนด้วยการดูหุ้นรายตัวจึงทำได้ยาก และมีโอกาสที่จะขาดทุนอยู่สูง อย่างไรก็ดี แนะนำให้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ด้วยวิธีการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Average: DCA) เพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวน

เกี่ยวกับการเริ่มต้นลงทุน

สามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมได้เองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสาขา โดยเตรียมเลขที่บัญชีออมทรัพย์ และข้อมูลตามบัตรประชาชนให้เรียบร้อย

  • หากมีบัญชีออมทรัพย์ KBank และมีแอป K PLUS แล้ว กดเปิดบัญชีผ่านเมนู “ลงทุน” ได้เลย
  • หากมีบัญชีออมทรัพย์ SCB, KTB เลือกเปิดบัญชีกองทุนผ่าน K-My Funds

สำหรับผู้ที่มีบัญชีกองทุนรวมอยู่แล้ว กดซื้อได้เลยง่ายๆ ผ่านแอป K PLUS หรือ K-My Funds และช่องทางออนไลน์ที่ K-Cyber Invest หรือที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

K PLUS และ K-My Funds สามารถทำรายการซื้อ-ขาย กองทุนรวมของ KAsset ได้ทั้ง 2 แอปพลิเคชัน

K-My Funds เป็นแอปพลิเคชันเกี่ยวกับกองทุนรวมโดยเฉพาะ ดังนั้นจะมีข้อมูลและฟังก์ชันเชิงลึกมากกว่า เช่น พอร์ตการลงทุนแนะนำตามความเสี่ยง การแจ้งเตือนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกองทุนที่ถืออยู่ และการปรับพอร์ตลงทุน พร้อมทั้งยังมี โปรแกรมช่วยคำนวณภาษี และ การแสดงยอดเงินลงทุนกองทุน RMF/SSF/LTF รายปี เป็นต้น

K PLUS ช่วยรวบรวมข้อมูลการลงทุนของคุณใน app เดียว ทั้งเงินฝาก กองทุน และหุ้น และยังมีฟังก์ชันช่วยวางแผนการลงทุนผ่าน Wealth Plus บริการช่วยวางแผนการลงทุนส่วนตัว โดยจะช่วยกำหนดเป้าหมายการลงทุน ช่วยเลือกกองทุนที่พิจารณาแล้วว่ามีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่ดี มีโอกาสทำกำไร และมีความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแผนการลงทุนที่เลือก ทั้งยังคอยดูแลแผนการลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายตลอดเวลาอีกด้วย

การลงทุนในหุ้นต่างประเทศอาจมีราคาผันผวนตามสภาวะตลาดและค่าเงิน / K-CLIMATE ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และ K-CHANGE กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าหน่วยลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ www.kasikornasset.com