กรุณาเปิดเว็บไซต์ โดยใช้บราวเซอร์ IE เวอร์ชั่น 10ขึ้นไป หรือ ในบราวเซอร์อื่นเช่น Google Chrome, Mozilla Firefox etc.

ลงทุนในบริษัทชั้นนำที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตไปกับ Megatrends ของโลก
ผ่านกองทุนหลัก Allianz Global Investors Fund - Allianz Thematica Share Class P (EUR)
ซึ่งบริหารโดย Allianz Global Investors ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก

.... เพราะเทรนด์โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นในทุกวัน การลงทุนจึงต้องเปลี่ยนให้ทันเทรนด์

Megatrends

คือ กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในหลากหลายด้าน
ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในระยะเวลา 20 – 100 ปีข้างหน้า

กองทุนหลักจัดสรรเงินลงทุน (Tactical Asset Allocation) ลงทุนในธีมธุรกิจเมกะเทรนด์ประมาณ 5 - 7 ธีม
ที่สอดคล้องกับวงจรเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกื้อหนุนหรือผลิตสินค้า บริการ ที่เป็นที่ต้องการ มีผู้บริโภคจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้
เช่น ลงทุนในธีมธุรกิจ Ai ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ธีมธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ ธุรกิจบำบัดน้ำเสีย ธีมธุรกิจสัตว์เลี้ยง

กองทุนหลักจัดสรรเงินลงทุน (Tactical Asset Allocation) ลงทุนในธีมธุรกิจเมกะเทรนด์ประมาณ 5 - 7 ธีม ที่สอดคล้องกับวงจรเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกื้อหนุนหรือผลิตสินค้า บริการ ที่เป็นที่ต้องการ มีผู้บริโภคจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้
เช่น ลงทุนในธีมธุรกิจ Ai ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ธีมธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ ธุรกิจบำบัดน้ำเสีย ธีมธุรกิจสัตว์เลี้ยง

ดูตัวอย่างธีมและธุรกิจที่กองทุนหลักลงทุน

จากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจที่สอดคล้องกันนั้นมีการเติบโตที่สูงขึ้น เช่น

1. ธีมธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Economy)

จากจำนวนประชากรในกลุ่มรายได้ปานกลาง (Middle Class) ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้น พร้อมๆ กับความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ดังนั้นกองทุนหลักจึงได้เลือกลงทุนใน

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Pet Economy ได้แก่

  1. ธุรกิจดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
  2. ธุรกิจอาหารสัตว์
  3. ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

2. ธีมธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของจีน (China Impact)

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาประเทศจีนมีการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เหล็ก อลูมีเนียม มีราคาต่ำกว่าราคาตามกลไกตลาดโลก รวมถึงอนุญาตให้โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยของเสียที่ทำให้เกิดมลภาวะที่เป็นอันตรายร้ายแรงแก่สิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการควบคุม แต่ในปัจจุบันรัฐบาลจีนได้มีการลงมือแก้ไขและเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดโดยเฉพาะนอกประเทศจีนได้ประโยชน์ในทางตรง ดังนั้นกองทุนหลักจึงได้เลือกลงทุนใน

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม China Impact ได้แก่

  1. ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากนโยบายด้านสาธารณูปโภค
  2. ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (Supply Side Reform)

3. ธีมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย (Safety and Security)

การโจมตีข้อมูลทางออนไลน์ (Cyberattacks) ได้ถือเป็นสงคราม การก่อการร้าย และการลักลอบขโมยข้อมูลในรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้บริษัทต้องมีการเก็บข้อมูลที่มากขึ้นเรื่อยๆ และต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมในการใช้ป้องกันการโจมตี ที่นอกจากจะส่งผลเสียหายต่อทั้งตัวบริษัทเองแล้ว ยังรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าผู้ใช้บริการอีกด้วย ดังนั้นกิจการที่พัฒนา Solution ในการป้องกันการโจมตีโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นโอกาสในการลงทุนที่สำคัญ ดังนั้นกองทุนหลักจึงได้เลือกลงทุนใน

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Safety and Security ได้แก่

  1. ธุรกิจการป้องกันภัยสมัยใหม่ (Modern Defense)
  2. ธุรกิจการป้องกันภัยจากการโจมตีข้อมูลออนไลน์ (Cyber Security)
  3. ธุรกิจผลิตอิเล็คทรอนิคล็อค (Electronic Locks)
  4. ธุรกิจระบบควบคุมการเข้าออกอัจฉริยะ (Smart Access)




และธีมอื่นๆ เช่น

4. ธีมธุรกิจจัดการน้ำและขยะ (Water & Waste)

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Water & Waste ได้แก่

  1. ธุรกิจสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับน้ำ (Water Infrastructure)
  2. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency)
  3. ธุรกิจจัดการขยะด้วยวิธีที่ทันสมัย (Modern Waste Management)
  4. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะหรือทดแทนสาธารณูปโภคที่เสื่อมสภาพ (Ageing Infrastructure

5. ธีมธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Tech)

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Health Tech ได้แก่

  1. ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
  2. ธุรกิจการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Surgical Robots)
  3. ธุรกิจการวินิจฉัยโรคจากระยะไกล (Remote Diagnostics)
  4. ธุรกิจสารสกัดจากกัญชา (Cannabis)
  5. ธุรกิจการการผ่าตัด DNA เพื่อรักษาโรคด้านพันธุกรรม (DNA Treatment)

6. ธีมธุรกิจชีวิตในยุคดิจิทัล (Digital Life)

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Digital Life ได้แก่

  1. ธุรกิจการบริหารการเงินส่วนบุคคลออนไลน์ (Digital Personal Finance)
  2. ธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)
  3. ธุรกิจการโฆษณาออนไลน์ (Digital Advertising)
  4. ธุรกิจการศึกษาและกีฬาออนไลน์ (E-Education/ E-sports)
  5. ธุรกิจดาวเทียมและนวัตกรรมเกี่ยวกับอวกาศ (Satellites/ Space Innovation)

7. ธีมธุรกิจนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI)

Topics ที่อยู่ภายใต้ธีม Artificial Intelligence ได้แก่

  1. ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสนับสนุนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure)
  2. ธุรกิจที่ประยุกต์ใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Applications)
  3. ธุรกิจอุตสาหกรรมนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Enabled Industries)

จุดเด่นของกองทุนหลัก


  • กระจายการลงทุนในธีมธุรกิจที่สอดคล้องกับ Megatrends ของโลก

    กองทุนหลักใช้วิธีการลงทุนแบบ Thematic Investing เพื่อกระจายการลงทุนในหลากหลายธีมที่สอดคล้องกับ Megatrends เช่น ลงทุนในธีมธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งมีโอกาสเติบโตจาก Megatrends ที่เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • มีการเปลี่ยนธีมธุรกิจใหม่ๆ อย่างน้อย 1 ธีม ในทุกๆ ปี

    เมื่อธีมธุรกิจที่ลงทุนอยู่เดิม เริ่มเติบโตค่อนข้างจำกัด และมีความน่าสนใจลดน้อยลง

  • ลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยไม่จำกัดทั้งขนาดและกลุ่มอุตสาหกรรม

    โดยผสมผสานเทคนิคการลงทุนทั้งการวิเคราะห์ในเชิงมหภาค (Top-down Approach) และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Bottom-up Approach) เพี่อคัดเลือกหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ


กลยุทธ์การคัดเลือกธีมการลงทุนและหุ้นของกองทุนหลัก
ทีมบริหารออกไอเดียค้นหาธีมในการลงทุน ระดมความคิดผ่านระบบภายในของ Allianz Global Investors ที่มีชื่อว่า Global Research Platform
เพื่อค้นหาหุ้นธุรกิจเมกะเทรนด์ที่จะได้รับผลตอบแทนมากที่สุด

โดยมีการคัดเลือก 4 ขั้นตอน ดังนี้

ที่มา: Allianz Global Investors มิ.ย. 62


ผลการดำเนินงานโดดเด่น ติดอันดับ Top Quartile

เหตุผลที่ควรลงทุนใน K-HIT
  1. ได้มีส่วนร่วมกับเรื่องราวที่กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ผ่านการลงทุนในบริษัทชั้นนำที่ผลิตสินค้าและให้บริการเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องราวเหล่านั้น
  2. ได้กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลกโดยไร้ข้อจำกัด จากการคัดเลือกลงทุนผ่านธีมที่เข้ามาสร้างผลกระทบในระดับสูงต่อสังคมและเศรษฐกิจโลก

กองทุน K-HIT เหมาะกับใคร

เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่ติดตามเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และต้องการลงทุนในธุรกิจที่จะเติบโตไปกับเมกะเทรนด์
  2. ผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยสามารถรับความเสี่ยงได้สูง
  3. ผู้ที่สามารถลงทุนในระยะยาว 5 ปีขึ้นไป

ให้การลงทุนมีโอกาสเติบโตไปกับเทรนด์ธุรกิจสุดฮิตทั่วโลก
เริ่มต้นเพียง 500 บาท ซื้อง่ายผ่าน 4 ช่องทาง

K-My Funds

K-Cyber Invest

ธนาคารกสิกรไทย

ตัวแทนขายอื่นๆ

ให้การลงทุนมีโอกาสเติบโตไปกับเทรนด์ธุรกิจสุดฮิตทั่วโลก
เริ่มต้นเพียง 500 บาท ซื้อง่ายผ่าน 4 ช่องทาง

K-My Funds

K-Cyber Invest

ธนาคารกสิกรไทย

ตัวแทนขายอื่นๆ


บริการทุกระดับประทับใจ

คำเตือน
©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2556 บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ชั้น 6 และ 12 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย โทรศัพท์: 0-26733999 โทรสาร: 0-26733988