1/23/2026

สรุปแผนการลงทุนที่ได้ไปต่อในปี 2026 มีอะไรบ้าง?

 
เข้าสู่ปีใหม่เต็มตัวแล้ว ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ของใครหลายคน โดยเฉพาะเรื่องของ “แผนการลงทุน” ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่ จากหลายปัจจัยในปี 2025 ทั้ง Trade War 2.0 จากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภัยธรรมชาติ และสภาวะเงินเฟ้อช่วงที่ผ่านมา

สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2025 ส่งผลให้นักลงทุนมือใหม่หลายคนเกิดความกังวลใจต่อสถานการณ์ในปีนี้ ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าปีก่อน และสิ่งไหนที่จะได้ไปต่อปี 2026? มาดูกันเลย 

1. การวางแผนเกษียณ = ต้องได้ไปต่อ
สำหรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะพอร์ตลงทุนเพื่อการเกษียณ ยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ต้องโฟกัสไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะปีไหน ๆ ก็ตาม จากเหตุผลเหล่านี้..

1.1 เวลาไม่เคยรอใคร
การลงทุนระยะยาว สิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่จังหวะตลาด แต่คือ ‘เวลา’ เพราะเวลาช่วยให้เงินค่อย ๆ เติบโตผ่านพลังของดอกเบี้ยทบต้น การหยุดลงทุนไปช่วงหนึ่ง อาจดูเหมือนไม่มีผลในระยะสั้น แต่ในระยะยาวคือการเสียโอกาสสะสมผลตอบแทนไปอย่างน่าเสียดาย

1.2 ความผันผวน คือ โอกาส
ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว หรือตลาดผันผวน ราคาสินทรัพย์มักปรับตัวลง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับการลงทุนระยะยาวด้วยกลยุทธ์แบบ DCA เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ช่วยให้เราได้หน่วยลงทุนในราคาที่ถูกลง และทำให้เราได้ประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

2. กลยุทธ์การลงทุนแบบ DCA = ต้องได้ไปต่อ
กลยุทธ์ “DCA” ควรใช้ควบคู่กับพอร์ตเกษียณอยู่เสมอ เพราะ DCA ไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะตลาดในระยะสั้น แต่เพื่อช่วยให้ทุกการลงทุนระยะยาวเป็นเรื่องที่ทำได้จริงอย่างสม่ำเสมอตามเวลาที่กำหนด 

ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยสร้างวินัย และลดความกังวลจากสภาวะตลาด ทำให้พอร์ตเกษียณยังคงไปต่อได้ตามแผน แม้แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจก็ตาม

นอกจากการมีกลยุทธ์ DCA แล้ว การจัดและปรับพอร์ตให้เหมาะสม ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

3. กลยุทธ์จัดพอร์ต Core & Satellite Portfolio = ต้องได้ไปต่อ
หนึ่งในวิธีจัดพอร์ตที่ได้รับความนิยมที่สุดก็คือ “Core & Satellite Portfolio” 

โดย Core คือ พอร์ตหลัก 
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของพอร์ต เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง กระจายความเสี่ยงได้ดี และเหมาะกับการถือยาว เพื่อเป็นฐานให้พอร์ตเกษียณเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

ส่วน Satellite คือ พอร์ตเสริม 
สัดส่วนประมาณ 20% ของพอร์ต ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ต ด้วยการกระจายลงลงทุนในธีมหรือเทรนด์ที่น่าสนใจในบางช่วง 

การจัดพอร์ตแบบนี้ จึงเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ที่อยากเริ่มต้นลงทุนเพื่อการเกษียณที่ โดยไม่ต้องจัดพอร์ตให้ยุ่งยากซับซ้อน แต่ยังคงควบคุมความเสี่ยงได้ดี

620159246_1344509591050035_7430826768571561602_n.jpg

และ KAsset ขอแนะนำกลุ่มกองทุน Core & Satellite Portfolio สำหรับการลงทุนระยะยาว เพื่อการเกษียณอย่างมั่นใจไร้กังวล

เริ่มที่กลุ่ม Core Port กับกลุ่มกองทุนผสม K-WealthPLUS Series ได้แก่
• K-WPBALANCED
กองทุนผสมเน้นความสมดุล ที่ลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก ความผันผวนต่ำ มั่นคงสูง โดยมีสัดส่วน ตราสารหนี้ 70% และหุ้น 30% 
เหมาะสำหรับ : กลุ่มวัยใกล้เกษียณ และผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ

• K-WPSPEEDUP
กองทุนผสมเร่งผลตอบแทน โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมากขึ้นที่ 65% และตราสารหนี้ที่ 35% เพิ่มโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าเดิม
เหมาะสำหรับ : กลุ่มวัยทำงาน มีแผนการเงินชัดเจน และผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง

• K-WPULTIMATE
กองทุนผสมเพิ่มโอกาสทำกำไรแบบเต็ม Max ดันพอร์ตเกษียณให้โตขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มสัดส่วนหุ้นมากถึง 85% และตราสารหนี้ 15% 
เหมาะสำหรับ : กลุ่มคนรุ่นใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน สามารถลงทุนได้ในระยะยาว และผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับสูง

และกลุ่ม Satellite Port ได้แก่
• K-GPIN 
กองทุนหุ้นโลกที่เน้นลงทุนในหุ้น Defensive ทั่วโลก และใช้กลยุทธ์ขาย Call Option เพื่อสร้างรายได้อีกทาง และให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แม้จะเป็นในช่วงที่ตลาดผันผวนก็ตาม
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่อยากขยายการลงทุนไปต่างประเทศ และผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

• K-VALUE
กองทุนหุ้นไทยที่เน้นลงทุนกับหุ้นปันผลที่มีปัจจัยดี มีความมั่นคงสูง และจ่ายปันผลมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสรับกระแสเงินสด และให้ผลตอบแทนต่อเนื่องระยะยาว 
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย ต้องการรายได้จากเงินปันผล และผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

• K-GINFRA
กองทุนหุ้นต่างประเทศที่ลงทุนในหุ้นและ REITs ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เช่น ระบบไฟฟ้า ทางด่วน การขนส่ง พลังงาน และสาธารณูปโภค ซึ่งมีรายได้ที่มั่นคง และมีศักยภาพเติบโตระยะยาว
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนที่แน่นอน ผู้ที่มองการเติบโตของเศรษฐกิจโลกระยะยาว และผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

• K-GTECH
 กองทุนหุ้นต่างประเทศที่ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ AI และนวัตกรรมดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก และมีโอกาสเติบโตสูง
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสเติบโตให้พอร์ต ผู้ที่รับความผันผวนได้ และลงทุนระยะยาว

• K-ATECH
 กองทุนหุ้นต่างประเทศที่เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง จากจำนวนประชากร การบริโภค และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่ต้องการโอกาสเติบโตจากตลาดเกิดใหม่ และรับความเสี่ยงได้สูง

• K-INDIA
 กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากโครงสร้างประชากร การบริโภคภายในประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตไปยังตลาดศักยภาพ และมองการลงทุนระยะยาว

• K-PROPI
กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และ REITs ทั่วโลก ครอบคลุมหลากหลายประเภททรัพย์สิน ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอ และเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุน
เหมาะสำหรับ : นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ กระจายความเสี่ยง และเพิ่มเสถียรภาพพอร์ต

ที่มา: บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 20256


คำเตือน : กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน​


Yes
1/23/2026
0
situation