
เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) มีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน
กองทุน K-WealthPLUS ปรับพอร์ตให้รอด จากวิกฤตนี้ ได้อย่างไร?
สรุปสถานภาพรวมตลาดปัจจุบัน
• สถานการณ์ความขัดแย้งยังมีความไม่แน่นอนสูง และคาดเดาได้ยาก โดยตลาดยังไม่ได้ปรับพอร์ตอย่างมีนัยยะ เนื่องจากทิศทางในระยะข้างหน้ายังไม่ชัดเจน
• ความเสี่ยงของการยกระดับความรุนแรงยังมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นเป้าหมายสำคัญ
• เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) มีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาพลังงาน แต่การส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ขณะนี้ยังจำกัด
ธนาคารกลางทั่วโลก อยู่ในโหมด Wait & See
• Fed มีแนวโน้มเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป
• ECB ลังเลในการขึ้นดอกเบี้ย
• PBoC ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
• BoJ อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ
สรุปผลกระทบต่อแต่ละประเทศไม่เท่ากัน
• ยูโรป ได้รับผลกระทบมากที่สุด (พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและก๊าซ)
• สหรัฐฯ ยืดหยุ่นสูงกว่า (มีแหล่งผลิตพลังงานในประเทศ)
• ญี่ปุ่น มีนโยบายจากภาครัฐช่วยพยุง
• จีน เข้าถึงแหล่งพลังงานได้หลากหลาย
แนวทางการปรับพอร์ต ของกองทุน K-WealthPLUS Series
• ยังคงมุมมองระมัดระวัง และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
• ขายทำกำไรหุ้นที่ราคาทรงตัวดีกว่าตลาดอื่น เช่น หุ้นเทคฯของสหรัฐฯ
• ปรับพอร์ตหุ้นเกาหลี/ไทย ไปยังกลุ่มปันผลสูง เพื่อรับมือกับความผันผวน
(ข้อมูล J.P. Morgan Asset Management วันที่ 19 มี.ค. 2026)
ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2026
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน