12/12/2025

เกิดอะไรขึ้น? เมื่อนายกฯไทย ประกาศยุบสภา ธ.ค. 2568

นายกฯ ไทย ประกาศยุบสภา เร็วกว่าคาด ?!?
• นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาในวันที่ 11 ธ.ค. เร็วกว่าที่ตลาดเคยคาดว่าจะยุบช่วงปลาย ม.ค. 2569 ราว 1.5 เดือน
• ตามกฎหมายต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 - 60 วันหลังยุบสภา คาดกรอบเวลาประมาณปลาย ม.ค. - ก.พ. 2569
• ช่วงรัฐบาลรักษาการอาจไม่สามารถเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญได้เต็มที่ รวมถึงโครงการ “คนละครึ่ง เฟส 2” และมาตรการด้าน TISA ตลอดจนการจัดการประเด็นข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและมุมมองการลงทุน

ระยะสั้น มีโอกาส "risk-off"
ข่าวยุบสภาเร็วกว่าคาดเพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ทำให้ตลาดมีโอกาส “risk-off” ระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพิงเม็ดเงินภาครัฐ/โครงการกระตุ้นโดยตรง

ความล่าช้าในการอนุมัติมาตรการใหม่ และความไม่ชัดเจนต่อแนวทางแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา อาจกดดัน sentiment ต่างชาติและดัชนี SET ให้อยู่ในโหมด sideway down จนกว่าภาพการเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลจะชัดเจน

บทเรียนจากสถิติก่อนเลือกตั้ง
หากดูสถิติย้อนหลัง 10 ครั้งล่าสุด ดัชนี SET ช่วง 2 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +1.5% และเป็นบวก 4 จาก 10 ครั้ง สะท้อนภาพ “pre-election rally” เล็กน้อยมากในระยะยาว

แต่หากโฟกัสเฉพาะ 5 ครั้งหลังสุด ผลตอบแทนเฉลี่ยช่วง 2 เดือนก่อนเลือกตั้งอยู่ที่ -2.2% เป็นลบ 4 จาก 5 ครั้ง สะท้อนว่าช่วงหลังๆ นักลงทุนมักเผื่อความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้น และไม่ได้เกิด rally ชัดเจนก่อนเลือกตั้ง

สำหรับรอบนี้ เรามองว่าปัจจัยกดดันเพิ่มขึ้นจากฐานการคลังตึงตัว มาตรการกระตุ้นถูกตั้งคำถาม และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์กับกัมพูชา ทำให้โอกาสที่ SET จะปรับขึ้นแรงก่อนเลือกตั้งจำกัด แม้ valuation โดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีต

มุมมองการลงทุน
แนะนำให้ใช้ช่วงความผันผวนก่อนและหลังเลือกตั้ง จับจังหวะทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ / กองทุนหุ้นปันผลสูง หลีกเลี่ยงเดิมพันกับผลการเลือกตั้งหรือความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นรายโครงการ"

หุ้นปันผลสูง จะช่วยลดความผันผวนพอร์ตในช่วงการเมืองไม่แน่นอน โดยกระแสเงินปันผลช่วยชดเชย downside หากดัชนีแกว่งตัวหรือลดลงตามกระแสข่าวการเมือง​

กองทุนเเนะนำ
กองทุนหุ้นที่เน้นหุ้นคุณภาพ จ่ายปันผลสูง

• K-VALUE (สำหรับสะสมการการลงทุน) 
• ​K-STARRMF (สำหรับลดหย่อนภาษี)

กลยุทธ์หลัก: เน้นหุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดมั่นคง และ ไม่พึ่งพิงโครงการรัฐโดยตรง เช่น กลุ่มผู้นำในอุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวมากกว่านโยบายระยะสั้น

ผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยและมุมมองการลงทุน
ในระยะสั้นคาดผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยมีจำกัด เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่รับรู้ความเสี่ยงจากการยุบสภาอยู่แล้ว แม้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมีการถือครองตราสารหนี้ไทยในระดับต่ำ และที่ผ่านมายังไม่เห็นการเก็งกำไรค่าเงินในตราสารหนี้ระยะสั้น จึงคาดว่าแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติจะมีจำกัด

KAsset ยังคงมุมมองว่า กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมได้อีก 1-2 ครั้งภายใน 12 เดือนข้างหน้า แต่ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายที่สูงขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้จำกัดในช่วงรัฐบาลรักษาการ อาจส่งผลให้ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้เร็วขึ้น

กองทุนตราสารหนี้
กองทุนตราสารหนี้ ระยะสั้น - สำหรับผู้ที่ต้องการลดความผันผวนในช่วงนี้
• K-SF ลงทุนระยะสั้น 1-3 เดือน
• K-SFPLUS ลงทุนระยะสั้น 3-6 เดือน

กองทุนตราสารหนี้ ระยะกลาง/ยาว - แนะนำให้มองภาพการลงทุนระยะยาว โดยภายใต้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง กองทุนตราสารหนี้ระยะยาวคาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้นหากถือครองได้ตามระยะเวลาที่แนะนำ แต่จะมีความผันผวนที่สูงกว่า
• K-FIXED ลงทุนอย่างน้อย 1-1.5 ปี
• K-FIXEDPLUS ลงทุนอย่างน้อย 1-1.5 ปี

กองทุนตราสารหนี้โลก - สำหรับผู้ที่รับความผันผวนได้สูงมากกว่าระยะกลาง 
• K-GDBOND กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund

ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2025

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน​



Yes
12/12/2025
0
situation