
สรุปภาพรวมเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2026 สหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหาร จับกุมประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา พร้อมภริยา เพื่อดำเนินข้อหาก่อการร้ายยาเสพติดบนแผ่นดินสหรัฐฯ
ผลประทบต่อตลาดการเงิน
โดยรวมสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเช่นหุ้นยังคงปรับตัวขึ้นได้ ตีความได้ว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ค่อนข้างจำกัดต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่จะส่งผลดีต่อเงินเฟ้อ โดยตลาดมองว่า ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะจำกัดในอนาคต
ตลาดหุ้นในเอเชียช่วงเช้ายังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยแต่ละตลาดยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางบวก เช่น
• Nikkei +2.68% Kospi +2.4%
• พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ยิลด์ปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.18%
• ราคาทอง +1.8%
ราคาน้ำมันทรงตัว โดยที่ WTI ปรับตัวลงเล็กน้อย แต่สามารถกลับมายืนได้ที่ 57 เหรียญต่อบาร์เรล ในขณะที่บริษัทน้ำมันในสหรัฐฯ เช่น Chevron, Valero ConocoPhillips ปรับตัวขึ้นประมาณ 10% เนื่องจากตลาดมองว่า บริษัทเหล่านี้จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการเข้าไปลงทุนในประเทศเวเนซุเอลา
มุมมองต่อราคาน้ำมัน
ผลกระทบโดยรวมต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น ไม่ได้มีนัยะสำคัญมากนัก เนื่องจากถึงแม้ว่าประเทศเวเนซุเอลาจะมีแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังไม่ได้มีการขุดเจาะหรือนำมาผลิต โดยที่หากดู Global Oil Production จะเห็นว่าเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันเพียง 1% ของการผลิตทั้งโลก ซึ่งต่ำกว่าอิหร่านหลายเท่าตัว (การผลิตน้ำมันของอิหร่าน คิดเป็นเพียง 4% ของการผลิตน้ำมันทั้งหมด) การลงทุนเพื่อผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา จะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 5 ปี จากคุณภาพของน้ำมันและต้นทุนการขุดเจาะ โดยปริมาณน้ำมันดิบที่สามารถผลิตออกมาได้ คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นหลังจากปี 2030
ย้อนกลับไปช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2025 ตอนที่สหรัฐฯ โจมตีเครื่องบินแยกยูเรเนียมของอิหร่าน มีความเสี่ยงว่าอิหร่านอาจจะตอบโต้โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งหากเกิดขึ้น ผลกระทบต่อการขนส่งและราคาน้ำมันจะรุนแรง เพราะมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่คิดเป็นประมาณ 20-25% ของปริมาณการบริโภคของเหลวพลังงานทั่วโลก และการขนส่งน้ำมันทางเรือที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาด ณ เวลานั้น ค่อนข้างจำกัด และไม่ได้รุนแรงเท่าที่หลายฝ่ายกังวล
มุมมองการลงทุน
"KAsset ยังคงแนะนำให้ลงทุนต่อได้" จากเหตุผล ดังนี้
จากสถิติที่ผ่านมา ผลกระทบจากเรื่องภูมิรัฐศาสตร์จะเข้ามากระทบตลาดหุ้นเพียงระยะสั้นๆ และตลาดหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้หลังจากเหตุการณ์ชัดเจนขึ้นหรือคลี่คลาย โดยในระยะยาว เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่มีผลต่อตลาดหุ้นเลย การหลบมาถือเงินสดในช่วงที่สงครามเกิดขึ้นแล้วจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของ KAsset ใน 2026 Investment Playbook มองว่าปัจจัยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องนำมาพิจารณาในการจัดพอร์ตและลงทุน โดยปี 2026 จะเป็นปีที่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น เราจึงเน้นย้ำให้นักลงทุนมีวินัยในการลงทุน โดยการกระจายความเสี่ยงทั้งในด้านสินทรัพย์และประเทศ รวมถึงมีการทบทวนพอร์ตและ Rebalance portfolio อย่างสม่ำเสมอ
คำเเนะนำการลงทุน แนะนำลงทุนในกองทุน Multi-Asset : เพื่อเสริมความมั่นคง และลดความผันผวน
• K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE
กองทุนผสมที่มีนโยบาย กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว
ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 5 มกราคม 2026
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน