
Fed คงดอกเบี้ยตามคาด ย้ำทิศทางนโยบายขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ
คณะกรรมการ FOMC มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 หลังจากปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้งติดต่อกัน สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยมีกรรมการ 2 รายเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม 0.25%
สรุปสาระสำคัญจากถ้อยแถลงของ Fed
• Fed ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง และอัตราการว่างงานเริ่มส่งสัญญาณทรงตัว อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวขึ้นได้
• คณะกรรมการยังคงมุ่งบรรลุ Dual Mandate ได้แก่ การจ้างงานเต็มศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพด้านราคา โดยตั้งเป้าเงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับ 2% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง
• Fed เน้นย้ำว่านโยบายการเงิน ไม่ได้ถูกกำหนดทิศทางไว้ล่วงหน้า และยังไม่ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยจะใช้ความระมัดระวังในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจอย่างรอบด้านในแต่ละการประชุม เพื่อปรับแนวทางนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและสมดุลของความเสี่ยงในระยะต่อไป
มุมมองการลงทุน
เมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อนในเดือนธ.ค. ถ้อยแถลงรอบนี้ดูเข้มงวด (Hawkish) ขึ้น โดยในช่วงแถลงการณ์หลังการประชุม Jerome Powell ประธาน Fed แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่ผูกมัดตัวเองนัก
โดยย้ำว่าจะตัดสินใจไปทีละการประชุม และประเมินดูข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก พร้อมระบุว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลางมากขึ้นแล้ว ภายใต้บริบทนี้ แม้ยังไม่เห็นแรงกดดันให้ Fed ต้องรีบปรับนโยบายใด ๆ แต่ตลาดเองก็ค่อนข้างรับรู้มุมมองนี้ไปแล้ว
ด้านตลาดการเงิน CME FedWatch Tool ให้น้ำหนักว่า Fed จะลดดอกเบี้ยราว 50bps ในปีนี้ โดยคาดว่าการลดครั้งแรกจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี
ทั้งนี้ KAsset มองว่า Fed ยังมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปี 2026 หลังจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากมาตรการภาษีนำเข้าเริ่มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และผลบวกทางเศรษฐกิจจากมาตรการเงินคืนภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ จะเริ่มเบาบางลงในระยะข้างหน้า
ซึ่งทิศทางดอกเบี้ยขาลงยังเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก และ Fed อาจมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้อีกหากตลาดแรงงานอ่อนแอลง
คำเเนะนำการลงทุน จากสัญญาณ 'Wait and See' ที่ชัดขึ้น KAsset จึงแนะนำให้จัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง เพื่อลดความผันผวนของตลาด ดังนี้
ทางเลือกที่ 1: ไม่ต้องปรับพอร์ตเอง เลือกกองทุนผสม 1 กองทุน
• K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE
กองทุนผสม กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว
ทางเลือกที่ 2: ปรับสัดส่วนหุ้น–ตราสารหนี้ด้วยตัวเอง
• K-GSELECT
กองทุนหุ้นโลก ที่ออกแบบพอร์ตมาให้รองรับทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะอยู่ในวัฏจักรหุ้น Growth หรือ Value
• K-GDBOND
กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก ปรับพอร์ตได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด
ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 29 มกราคม 2026
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน