
ผลการประชุม กนง. วันนี้ (25 ก.พ.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% สู่ระดับ 1.00% เพื่อให้ภาวะการเงินเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลาง
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
มุมมองต่อการลงทุน 'ตราสารหนี้ไทย'
การลงทุนตราสารหนี้ในภาพรวมยังถือครองต่อไปได้ แม้ดอกเบี้ยนโยบายไทยจะปรับลดลงสู่ระดับเหมาะสมตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้แล้ว เนื่องจากนโยบายการเงินยังมีแนวโน้มผ่อนคลาย และดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำไปอีกระยะ
อย่างไรก็ตาม โอกาสรับผลตอบแทนจาก Capital Gain ของกองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลาง-ยาวในระยะถัดไปจะลดลง เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีไม่มากถ้าเทียบกับต่างประเทศ
คำเเนะนำการลงทุน ▪️ สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้น้อย ไม่ต้องการติดลบรายเดือน อาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนจากกองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวไปยังกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น
▪️ สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนและผลขาดทุนในบางขณะได้ สามารถถือครองได้มากกว่า 3 ปีขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ไทย อาจพิจารณากระจายการลงทุนออกไปยังกองทุนตราสารหนี้โลก
กองทุนแนะนำ
ตราสารหนี้ระยะสั้น ความผันผวนต่ำ
• K-SF ลงทุนระยะสั้น 1-3 เดือน
• K-SFPLUS ลงทุนระยะสั้น 3-6 เดือน
ตราสารหนี้ระยะกลาง/ยาว
• K-FIXEDPRO ลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ พร้อมกระจายการลงทุนไปต่างประเทศประมาณ 10–40% แนะนำถือครองอย่างน้อย 1.5 ปี
ตราสารหนี้โลก
• K-GDBOND กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน