6/18/2026

ดีลสันติภาพ 'สหรัฐฯ-อิหร่าน' เริ่มแล้ว หนุนเศรษฐกิจโลกฟื้น​

​สหรัฐฯ-อิหร่าน ลงนามดีลสันติภาพอย่างเป็นทางการ หนุนตลาดกลับสู่โหมด Risk-on

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในข้อตกลงสำคัญกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในปี 2026​​​

ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานหลายเดือนในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเปิดทางสู่การฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาค

ข้อตกลงในรูปแบบ “Memorandum of Understanding (MoU)” ครอบคลุมการหยุดยิงแบบถาวร การทยอยผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก

สาระสำคัญของข้อตกลง
คือการยุติปฏิบัติการทางทหารระหว่างทั้งสองฝ่ายในทุกพื้นที่ รวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และการเปิดให้การขนส่งพลังงานกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯมีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งจะทำให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกได้

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังเป็นเพียงกรอบเบื้องต้น และรายละเอียดสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและเงื่อนไขการยกเลิกคว่ำบาตรอย่างถาวร จะถูกเจรจาต่อในระยะถัดไป

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน (18 มิ.ย. 2026 เวลาประมาณ 14.20น.)
• ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และโอกาสเกิดวิกฤตพลังงานลดลง
• ดัชนีหุ้นในเอเชีย เช่น Nikkei และ Kospi ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง สะท้อน sentiment แบบ Risk-on ที่กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงทันที โดย Brent และ WTI ลดลงราว 4–5% หลังข่าวข้อตกลง เนื่องจากตลาดปรับลด “geopolitical risk premium” และคาดว่าอุปทานน้ำมันจากอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น การเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันประมาณ 20% ของโลก ยังช่วยลดความกังวลด้าน supply disruption และส่งผลเชิงลบต่อราคาพลังงาน

ตลาดพันธบัตรและค่าเงินก็สะท้อนมุมมองเดียวกัน โดย Bond Yield สหรัฐฯระยะยาวปรับตัวลดลง เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานลดลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย สะท้อนการคลายความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
กลยุทธ์การลงทุน

KAsset ยังแนะนำให้นักลงทุน Stay Invested ถึงแม้ว่าประธาน Fed จะมีโทนเสียงที่ Hawkish กว่าที่คาด แต่ทางเรามองว่า Fed ไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในอีก 12 เดือนข้างหน้า

เนื่องจากหลังจากราคาพลังงานปรับตัวลง จะทำให้เงินเฟ้อลดลงมาด้วย อีกทั้งความคาดหวังเงินเฟ้อไม่ได้สูงขึ้น ทำให้ความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อลดลง จึงยังคงแนะนำลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อได้

กองทุนเด่น  
แนะนำโดย Fund Manager จาก บลจ.กสิกรไทย

•  K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE กองทุนผสม กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว
•  K-GNEXT ลงทุนหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตจากนวัตกรรมหลากหลายธุรกิจทั่วโลก
•  K-GTECH กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจเทคฯ ที่เป็น Megatrend และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ และคลาวด์
•  K-ATECH กองทุนหุ้นเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กระจายการลงทุนหลายประเทศ ครอบคลุมธีมเทคฯหลักที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก​

ลงทุนง่ายผ่าน K PLUS หรือ K-My Funds เริ่ม 500 บาท

ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 18 มิ.ย. 2026


ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน​


KA_AD_Footer-3ad.png


Yes
6/18/2026
0
situation