บริษัทที่ใส่ใจ ESG ดีอย่างไร ?
1. ช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
บริษัทที่บริหารจัดการ ESG อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความเสี่ยงน้อยลงในเรื่องการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ข้อพิพาท หรือปัญหาต่าง ๆ เช่น การถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการทำลายสิ่งแวดล้อม หรือการทุจริตของผู้บริหาร
2. ดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า
ข้อมูลจาก Morgan Stanley ชี้ว่า นักลงทุนทั่วโลกเกือบ 90% ต้องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงิน พร้อมกับสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วย เมื่อได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น โอกาสในการเติบโตก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น บริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG จึงมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ อยากลงทุนในบริษัทที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมกัน KAsset ขอแนะนำ “𝐊-𝐄𝐒𝐆𝐁𝐅-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆” กองทุนใหม่ล่าสุดจาก บลจ.กสิกรไทย
โดยกองทุนนี้ มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและหรือภาคเอกชน ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารเพื่อ ความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
● เน้นกลุ่ม Investment Grade
กองทุนนี้จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนโดยเน้นลงทุนในกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ขึ้นไป
● มีโอกาสรับผลตอบแทนมากขึ้น
กองทุนนี้มีการกระจายลงทุนใน หุ้นกู้เอกชน 30-70% ที่มีส่วนต่างเครดิต (Credit Spread)* ทำให้มีโอกาสรับผลตอบแทนได้มากขึ้นจากส่วนต่างนี้
*Credit Spread หมายถึง ส่วนต่างของผลตอบแทนระหว่างตราสารหนี้เอกชนกับพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงของผู้ออกตราสารเอกชน หาก Credit Spread ขยายตัว (เช่น จากภาวะเศรษฐกิจผันผวน) จะส่งผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้ด้วย / ที่มา: บลจ. กสิกรไทย ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ย. 2568
● ความยืดหยุ่นในการปรับดูเรชั่น
พอร์ตการลงทุนสามารถปรับดูเรชั่นได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด เนื่องจากโดยทั่วไป การลงทุนในพันธบัตรด้านความยั่งยืนจะมีระยะเวลามากกว่า 7 ปี และหุ้นกู้เอกชนความยั่งยืน จะมีระยะเวลาต่ำกว่า 7 ปี**
**อ้างอิงจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2568 / ที่มา: บลจ. กสิกรไทย ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ย. 2568
แนะนำ.. ลงทุนเลยตอนนี้
เหตุผลเพราะ.. แม้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สูง การลงทุนเวลานี้ จึงมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับลดลงในอนาคต
กองทุนนี้ เหมาะกับใครบ้าง
• ผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลาง - ค่อนข้างต่ำ
• ผู้ที่ต้องการเน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทย
• ผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐหรือเอกชน ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืนหรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน
• ผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนต่อเนื่องทุกปี
• ผู้ต้องการถือครองระยะสั้น - กลาง (ถือครอง 5 ปี วันชนวัน)
• ผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่นับรวมกับกองทุนเกษียณอื่น ๆ)
สนใจซื้อเลย เริ่มต้นเพียง 500 บาท ผ่านแอปฯ K-My Funds