1/20/2026

ส่องตลาดหุ้นไทย จังหวะสะสมหุ้นปันผลสูง ในราคาที่เหมาะสม 

​ในปี 2568 ที่ผ่านมา แม้หลายตลาดทั่วโลกจะยังให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ตลาดหุ้นไทยกลับสวนทางอย่างชัดเจน 

คำถามสำคัญคือ ในปี 2569 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสและน่าสนใจอยู่ไหม? 

ธ.ค. ที่ผ่านมา กนง. มีมติเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.5% เป็น 1.25% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ส่งผลให้อัตราการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ทั้งจากการบริโภคภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ การท่องเที่ยวที่กลับมาช้ากว่าที่คาด รวมถึงแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัญหาอุทกภัย

โดย ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 2.2% ในปี 2568 ก่อนชะลอลงเหลือ 1.5% ในปี 2569 จากการปรับตัวเลขการลงทุนของภาครัฐ

ในมุมมองของ KAsset ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังขาดปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะไม่มีมาตรการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมออกมา เนื่องจากปัจจุบันยังเป็นรัฐบาลรักษาการ และอาจใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน กว่าที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ 

ด้าน Valuation ตลาดหุ้นไทยยังไม่แพง 12-month Forward P/E อยู่ที่ประมาณ 13.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16 เท่า โดยคาดการณ์ประมาณการ EPS จะเติบโตเพียง 7% ในปี 2569 ชะลอจาก 21% ในปี 2568 ซึ่ง KAsset ประเมินเป้าหมาย SET Index ในปี 2569 ไว้ที่ราว 1,400 จุด

จากภาพ GDP ที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ถูกปรับลงเช่นกัน แต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานรายได้มั่นคง กระแสเงินสดแข็งแรง และมีกำไรสม่ำเสมอ จะยังสามารถจ่ายปันผลที่ระดับสูงได้ 

มุมมองการลงทุนจาก KAsset 
สำหรับธีมการลงทุนหลักของหุ้นไทยที่ KAsset แนะนำในปี 2569 คือ การโฟกัสที่ “หุ้นปันผลสูง” ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักอย่าง “ธนาคาร” และ “พลังงาน” ประกอบกับทิศทางดอกเบี้ย แม้จะเข้าใกล้ Late Cycle (วัฏจักรการลดดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุด) แต่ดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำอีกระยะ  เราคาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนุนที่ทำให้ "หุ้นไทยปันผล" มีเสน่ห์เพิ่มขึ้น ในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสด และเป็นเกราะป้องกันความผันผวนชั้นดีให้กับพอร์ตการลงทุน​

คำแนะนำการลงทุน 
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน การเลือกลงทุนในกองทุนที่คัดสรรหุ้นคุณภาพดี เน้นการจ่ายปันผลอย่าง K-VALUE จึงถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่ของการสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง และโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกลงทุนได้ 2 แบบ

𝐊-𝐕𝐀𝐋𝐔𝐄-𝐀(𝐀)​ ชนิดสะสมมูลค่า
เหมาะสำหรับคนที่อยากให้เงินปันผลเติบโตต่อเนื่อง

𝐊-𝐕𝐀𝐋𝐔𝐄-𝐀(𝐃)​ ชนิดจ่ายเงินปันผล
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รายรับระหว่างทาง โดยกองทุนติดอันดับ 5 ดาว Morningstar ในกลุ่ม Thailand Fund Equity Large-Cap (30 ก.ย. 2568)

​สนใจลงทุนได้ง่าย ๆ ผ่านแอปฯ K-My Funds เริ่มต้นเพียง 500 บาท

ที่มา: บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 20 มกราคม 2026​

คำเตือน : กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน​

Yes
1/20/2026
0
situation