เวลาย้ายงาน หนึ่งเรื่องสำคัญที่เราต้องตัดสินใจคือจะทำยังไงกับเงิน PVD? ซึ่งหลายคนมักจะเลือกถอนออกมาเป็นเงินสด เพราะคิดว่าจัดการง่ายที่สุด
แต่นั่นคือการทิ้งโอกาสให้เงินเติบโต และอาจต้องเสียภาษีเงินได้ หากอายุสมาชิกกองทุนไม่เข้าเงื่อนไข
บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำทางเลือกเมื่อ “ลาออกจากงาน” และต้องการให้เงิน PVD เติบโต เพื่อเป้าหมายเกษียณต่อไป
1. คงเงินไว้ในกองทุนเดิม : รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อเนื่องตามเงื่อนไข แต่อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี 500 บาท
2. โอนย้ายไป RMF for PVD
ของบลจ.กสิกรไทย : เพื่อลงทุนต่อเนื่อง ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
ทางที่ดี คือการโอนย้ายมายัง RMF for PVD เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี และยังช่วยสานต่อวินัยการออมเงินเพื่อเกษียณของเราอีกด้วย
และสำหรับใครกำลังมองหาที่พักให้เงินก้อนนี้ทำงานต่อ
บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำ K-WealthPLUS Series กองทุนรวมผสมที่ผสานความเชี่ยวชาญจาก J.P. Morgan Asset Management และ KAsset
จุดเด่นของ K-WealthPLUS Series
1. One-Stop Diversification กองทุนเดียวได้ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก
2. การลงทุนเป็นพอร์ตสามารถรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดีกว่า เทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว
3. บลจ.กสิกรไทยพัฒนาโมเดลการลงทุนร่วมกับ JPMAM ปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญการลงทุนทั่วโลก
4. ดูแลพอร์ตการลงทุนแบบ Look Through ที่มองเห็นสินทรัพย์ทุกตัวในพอร์ต ทำให้สามารถประเมินโอกาสและความเสี่ยง จากการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีให้เลือกลงทุนได้ 4 แบบตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
✅ K-WPLIGHTRMF ลงทุนผสมแบบซูเปอร์เซฟ เพราะลงทุนในหุ้นทั่วโลกเพียง 15% เท่านั้น
✅ K-WPBALRMF ลงทุนผสมแบบเพลย์เซฟ เพราะเน้นตราสารหนี้เป็นหลัก
✅ K-WPSPEEDRMF ลงทุนผสมแบบติดสปีด เพิ่มหุ้นถึง 65%
✅ K-WPULTIRMF ลงทุนผสมแบบเอ็กซ์ตรีม จัดเต็มหุ้น 85% เพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโตได้เต็มแม็กซ์
ทีนี้เราลองมาฟังมุมมองจากผู้จัดการกองทุน คุณสุธีวัน พงศธราธิก,CFA ของ KAsset กันว่า ทำไมช่วงย้ายงานแบบนี้ การมูฟเงิน PVD มาที่ K-WealthPLUS Series RMF ถึงน่าสนใจ
เป้าหมายหลักของการลงทุนแบบ Asset Allocation หรือการจัดสรรสินทรัพย์ คือ การสร้างผลตอบแทนที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้
เป้าหมายของการจัดสรรสินทรัพย์ ได้แก่
1. Risk Diversification
หรือกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุน
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด ตรงกับคำพังเพยคลาสสิกที่ว่า "อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน" เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภท จะตอบสนองต่อสภาวะเศรษฐกิจแตกต่างกัน การกระจายลงทุนจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตไม่ให้พังทลายลงไปพร้อมกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
2. สร้างความมั่นคงและสม่ำเสมอให้พอร์ต
หรือ Portfolio Stability
ในขณะที่หุ้นเติบโตได้ดีในสภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟู ตราสารหนี้หรือทองคำก็มักจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นเกิดวิกฤต การผสมผสานสินทรัพย์ที่หลากหลายจะช่วยลดความหวือหวา ทำให้มูลค่าพอร์ตรวมเติบโตอย่างราบรื่น (Smooth) และสม่ำเสมอในระยะยาว
3. จัดสัดส่วนให้ตรงกับ "เป้าหมาย" และ "เวลา" (Goal Alignment)
เป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การทำ Asset Allocation จะช่วยออกแบบพอร์ตให้เหมาะกับตัวคุณโดยเฉพาะ
สรุปคือ การจัด Asset Allocation คือหัวใจที่ทำให้พอร์ตของคุณมีเสถียรภาพ ลดความเสี่ยงเฉพาะตัว และเพิ่มโอกาสบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างแม่นยำในระยะยาว
นอกจากนี้ ขั้นตอนการโอนย้ายมาที่ บลจ.กสิกรไทย ยังทำได้ง่าย สะดวก และฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียม ง่ายๆ ผ่าน K-My Fund หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center โทร 02-673-3888 กด 1 ในระหว่างวันและเวลาทำการ
RMF for PVD เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนย้ายงานไม่ควรพลาด เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ทั้งที ก็อย่าลืมให้เงินทำงานต่อด้วย