การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed รอบนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาด แต่ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. อาจทำให้ตลาดตราสารหนี้ผันผวนระยะสั้น โดยต้องติดตามเงินเฟ้อ (CPI) และราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากเงินเฟ้อชะลอลง ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจลดลง และเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดตราสารหนี้มีโอกาสฟื้นตัวได้
มุมมองการลงทุน โดย Fund Manager
ผู้จัดการกองทุนจาก KAsset มีมุมมองว่า ยังสามารถลงทุนกองทุนตราสารหนี้ได้ จากปัจจัยสนับสนุนดังนี้
โอกาสได้รับผลตอบแทนจาก Yield ที่อยู่ในระดับสูง
อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้อยู่ในระดับสูง ช่วยเพิ่มโอกาสรับรายได้จากดอกเบี้ย และ Starting Yield (ระดับผลตอบแทน ณ วันที่เข้าลงทุน) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดผลตอบแทนในอนาคต
โอกาสรับกำไรจากราคาตราสารหนี้ หากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยลดลง
หากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเริ่มชะลอจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง ราคาตราสารหนี้มีโอกาสฟื้นตัว ซึ่งช่วยสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายได้ดอกเบี้ยที่ได้รับ
ช่วยกระจายความเสี่ยงและบริหารความผันผวนของพอร์ต
แม้ตลาดตราสารหนี้อาจยังผันผวนในระยะสั้น แต่การลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้ สามารถช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน พร้อมเปิดโอกาสทยอยสะสมตราสารหนี้ในจังหวะที่เหมาะสม
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสรับผลตอบแทนจากตราสารหนี้ KAsset แนะนำ 3 กองทุนตราสารหนี้เด่น
📌 K-SF แนะนำลงทุนอย่างน้อย 1-3 เดือน และ
📌 K-SFPLUS แนะนำลงทุนอย่างน้อย 3-6 เดือน
ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นคุณภาพดี ทั้งหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาล ที่มีความมั่นคง สภาพคล่องสูง โอกาสรับผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก
📌 K-GDBOND แนะนำลงทุนระยะยาว 3 ปีขึ้นไป
ลงทุนตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก และปรับพอร์ตได้ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
ถึงตรงนี้จะเห็นว่า “ตราสารหนี้” ไม่ได้มีไว้แค่พักเงิน แต่ยังมีโอกาสเป็นทั้งแหล่งผลตอบแทน และตัวช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ต ในวันที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงอีกด้วย