2/21/2026

ทรัมป์จะไม่ทน งัด Global Tariff +10% สู้ทันที เพื่อตอบโต้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ

ปธน.ทรัมป์สั่ง Global Tariff 10% ทันที ตอบโต้หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกของ ปธน.ทรัมป์

สรุปประเด็นศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินโมฆะ ต่อการเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกของ ปธน.ทรัมป์
• ศาลฎีกา (Supreme Court) ในสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้ยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขต ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977

• ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ประธานาธิบดีสามารถควบคุมธุรกรรมระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน แต่กฎหมายนี้ไม่รวมอำนาจการกำหนดภาษีนำเข้าเป็นรายได้โดยพลันได้อย่างกว้างขวางตามที่ทรัมป์ทำไว้ในปีที่ผ่านมา

• คำตัดสินชี้ว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้ “รัฐสภา” (Congress) มีอำนาจหลักในการเก็บภาษี รวมถึงภาษีศุลกากร/ภาษีนำเข้า ไม่ใช่ฝ่ายบริหารหรือประธานาธิบดี

• Executive Order เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% สำหรับสินค้าต่างประเทศ โดยภาษีนี้จะเริ่มมีผลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นการใช้มาตรการ 122 ของกฏหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจปธน.ในการกำหนดภาษีนำเข้าได้โดยฝ่ายเดียว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
• การตัดสินนี้ทำให้การจัดเก็บภาษีนำเข้าจำนวนมาก (Reciprocal Tariffs และ ภาษีแบบต่างๆ) ที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศไว้ อาจกลายเป็นโมฆะหรือยกเลิกได้ ส่งผลให้รัฐบาลต้องหยุดเก็บภาษีทันที และเปิดทางให้ผู้ประกอบการและบริษัทต่างชาติเรียกร้องขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไปแล้ว

• รายได้จากภาษีหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกนับเป็นรายได้ของรัฐบาลก่อนหน้านี้ อาจต้องถูกพิจารณาคืนแก่ประเทศต่างๆหรือทบทวนใหม่

• ตลาดหุ้นตอบรับบวก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ต่างปิดบวก 0.7%/ 0.9% ตามลำดับ โดยหุ้นที่ถูกกดดันจากภาษีก่อนหน้านี้ต่างปรับตัวขึ้น เช่น Amazon +2.6%​

คำเเนะนำการลงทุน 
ความไม่แน่นอนระยะสั้นยังมีสูง แต่เราคาดว่าการใช้ภาษีนำเข้าในลักษณะนี้ยังคงมีอยู่ เนื่องจากปธน.ทรัมป์ประกาศใช้ภาษี Global Tariff 10% ใหม่ในทันที

แต่ข่าวนี้ยังไม่มีผลต่อตลาดการเงินมากนัก เห็นได้จากช่วงแรกค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง แต่ก็ฟื้นกลับขึ้นมาได้บ้าง ส่วนบอนด์ยิลด์ก็ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยหลังจากข่าวออกมา ยังต้องจับตามองเรื่องความเสี่ยงการต้องคืนเงินภาษี ที่อาจจะสูงถึง 175 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในคำสั่งศาลเองระบุว่า จะสร้างความวุ่นวายได้

คำแนะนำการลงทุน
1. เน้นลงทุนในกองทุนผสม เพื่อลดความผันผวน
• K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง KAsset และ J.P. Morgan Asset Management

2. กองทุนหุ้น ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ จากสถานการณ์ตอนนี้ (Tactical Call)
• K-GSELECT (กองทุนหุ้นโลก)
พอร์ตการลงทุนรองรับทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะอยู่ในวัฏจักรหุ้น Growth หรือ Value

• K-EUX (กองทุนหุ้นยุโรป)
1. ยุโรปได้อานิสงส์โดยตรงจากการผ่อนคลายแรงกดดันทางการค้า
2. โครงสร้างตลาดมีสัดส่วนหุ้นวัฏจักรสูง (Industrials, Financials) ซึ่งมักฟื้นตัวดีเมื่อการค้าโลกดีขึ้น
3. Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบสหรัฐฯ

• K-ASIAX (กองทุนหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น)
1. เศรษฐกิจเอเชียพึ่งพาการส่งออกและ Supply Chain โลกสูง
2. การลดภาษีช่วยหนุนภาคการผลิต เทคโนโลยี และการส่งออก
3. ได้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของจีนและการบริโภคในภูมิภาค

• K-SEMQ (กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่)
1. Emerging Markets มี Sensitivity ต่อ Dollar, Trade และ Capital Flow
2. เมื่อความเสี่ยงสงครามการค้าลดลง มีโอกาสเห็น Fund Flow ไหลกลับ
3. Valuation อยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดพัฒนาแล้วในหลายภูมิภาค

ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน​

Yes
2/21/2026
0
situation