ความไม่แน่นอนระยะสั้นยังมีสูง แต่เราคาดว่าการใช้ภาษีนำเข้าในลักษณะนี้ยังคงมีอยู่ เนื่องจากปธน.ทรัมป์ประกาศใช้ภาษี Global Tariff 10% ใหม่ในทันที
แต่ข่าวนี้ยังไม่มีผลต่อตลาดการเงินมากนัก เห็นได้จากช่วงแรกค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง แต่ก็ฟื้นกลับขึ้นมาได้บ้าง ส่วนบอนด์ยิลด์ก็ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยหลังจากข่าวออกมา ยังต้องจับตามองเรื่องความเสี่ยงการต้องคืนเงินภาษี ที่อาจจะสูงถึง 175 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งในคำสั่งศาลเองระบุว่า จะสร้างความวุ่นวายได้
คำแนะนำการลงทุน
1. เน้นลงทุนในกองทุนผสม เพื่อลดความผันผวน
• K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง KAsset และ J.P. Morgan Asset Management
2. กองทุนหุ้น ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ จากสถานการณ์ตอนนี้ (Tactical Call)
• K-GSELECT (กองทุนหุ้นโลก)
พอร์ตการลงทุนรองรับทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะอยู่ในวัฏจักรหุ้น Growth หรือ Value
• K-EUX (กองทุนหุ้นยุโรป)
1. ยุโรปได้อานิสงส์โดยตรงจากการผ่อนคลายแรงกดดันทางการค้า
2. โครงสร้างตลาดมีสัดส่วนหุ้นวัฏจักรสูง (Industrials, Financials) ซึ่งมักฟื้นตัวดีเมื่อการค้าโลกดีขึ้น
3. Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบสหรัฐฯ
• K-ASIAX (กองทุนหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น)
1. เศรษฐกิจเอเชียพึ่งพาการส่งออกและ Supply Chain โลกสูง
2. การลดภาษีช่วยหนุนภาคการผลิต เทคโนโลยี และการส่งออก
3. ได้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของจีนและการบริโภคในภูมิภาค
• K-SEMQ (กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่)
1. Emerging Markets มี Sensitivity ต่อ Dollar, Trade และ Capital Flow
2. เมื่อความเสี่ยงสงครามการค้าลดลง มีโอกาสเห็น Fund Flow ไหลกลับ
3. Valuation อยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดพัฒนาแล้วในหลายภูมิภาค