สรุปเหตุการณ์ (Event)
• ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ผ่อนคลายลง หลังมี “การหยุดยิงชั่วคราว”
• โดยอิหร่านตกลงจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบมีเงื่อนไขเป็นเวลา 2 สัปดาห์
• การเจรจาทางการทูตยังคงดำเนินต่อ แม้ยังไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพถาวร แต่การหยุดยิงครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก
ผลกระทบต่อตลาดการลงทุน
• ราคาน้ำมัน (Brent) ปรับลดลงจากจุดสูงสุด มาอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
• ตลาดหุ้นโลกและเอเชียปรับตัวขึ้น เช่นNikkei +5% Kospi +6% HSCEI +2–3%
• พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลดลงเล็กน้อย มาอยู่ที่ ~4.2%
มุมมองการลงทุน
“การเปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง 2 สัปดาห์”
สำคัญกว่าข่าวหยุดยิง เพราะสะท้อนว่าระบบขนส่งน้ำมันมีโอกาสกลับสู่ภาวะปกติ
• สำหรับตลาดหุ้นโลก
ผู้จัดการกองทุนมองว่าตลาดหุ้นในกลุ่ม EM มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่ากลุ่ม DM ในช่วงที่ตลาดคลายความกังวลจากสภาวะสงคราม เนื่องจากเศรษฐกิจ EM ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงมากกว่า อีกทั้ง ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคนี้ยังโดดเด่น (+34% YoY Asia ex Japan EPS Growth ปี 2026,Consensus ณ 31 มี.ค. 2026)
• สำหรับตลาดหุ้นไทย
ต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะช่วยหนุนภาคธุรกิจและลดค่าครองชีพ ทำให้มีโอกาสเห็นเงินทุนต่างชาติไหลกลับ โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ ท่องเที่ยว, สายการบิน,ขนส่ง และหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ
กลยุทธ์การลงทุน
กองทุน K-WealthPLUS Series มีการปรับพอร์ตเพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาด โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเอเชียตั้งแต่ช่วงเกิดความขัดแย้ง และปัจจุบันให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นเอเชียราว 1/4 ของพอร์ตหุ้นทั้งหมด (ข้อมูล ณ 30 มี.ค. 2026) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดครั้งนี้
แนะนำให้ทยอยสะสมกองทุน K-WealthPLUS ซึ่งมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมเน้นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested)เนื่องจากการพยายามจับจังหวะตลาดเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดผันผวน
ข้อมูลย้อนหลัง 20 ปีแสดงให้เห็นว่า วันที่ตลาดปรับขึ้นแรงที่สุดมักเกิดขึ้นหลังจากวันที่ตลาดร่วงหนักไม่นาน หากนักลงทุนถอนตัวออกจากตลาดในช่วงที่ราคาลง ก็มีโอกาสสูงที่จะพลาดวันดีดกลับของตลาด และจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนของ S&P500 พบว่า หากนักลงทุนพลาดเพียง 10 วันที่ตลาดปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะลดลงมากกว่าครึ่ง เหลือเพียงประมาณ 4–5% ต่อปี จากประมาณ 9-10% หากอยู่ในตลาดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่สำคัญคือ ลงทุนต่อเนื่อง มีวินัย และหลีกเลี่ยงการพยายามจับจังหวะตลาดระยะสั้น เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
กองทุนแนะนำ
• K-WPBALANCED / K-WPSPEEDUP / K-WPULTIMATE
กองทุนผสม กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมปรับกลยุทธ์อย่างคล่องตัว ถือเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์ครบ จบในพอร์ตเดียว!
กองทุนที่ออกแบบมาให้ลงทุนง่าย กระจายความเสี่ยงหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ร่วมมือกับบลจ.ระดับโลก J.P.Morgan Asset Management ด้วยงานวิจัยเชิงลึกและอัปเดทข้อมูลในพอร์ตได้อย่างทันสถานการณ์ มีกองทุนให้เลือกตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ เหมาะเป็น Core Port
ลงทุนง่ายผ่าน K PLUS หรือ K-My Funds เริ่ม 500 บาท