7/29/2026

หุ้น AI ทั่วโลกร่วงแรง กดดันกลุ่มชิปในเอเชีย ลงทุนอย่างไร?​

ภาพรวมตลาดการลงทุน 29 ก.ค. 2026
แรงขายในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกดดันหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI ในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มชิปในเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่เกาหลีใต้ได้รับผลกระทบมากที่สุด หลังตลาดปรับฐานมากกว่า 10% และเกิด Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 8 สะท้อนภาวะ risk-off ของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วภูมิภาค

ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุน AI ของกลุ่ม Big Tech โดยเฉพาะบริษัทที่เร่งเพิ่ม Capex หรือมี Free Cash Flow อ่อนแอลง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเรื่องภาระหนี้ ความสามารถในการระดมทุน และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดให้น้ำหนักกับศักยภาพการลงทุนระยะยาวของ Hyperscaler มากกว่าปัจจัยพื้นฐานของผู้ผลิตชิปรายตัว หลังการออกหุ้นกู้ของ Big Tech ได้รับการตอบรับไม่ดีนัก ส่งผลให้ Credit Spread ของ Hyperscaler ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ UST Yield ปรับขึ้นจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ต้นทุนการระดมทุนสูงขึ้นและเพิ่มความกังวลต่อความต่อเนื่องของการลงทุน AI ในอนาคต

อีกปัจจัยที่กดดัน sentiment คือความคืบหน้าของจีนในการพัฒนาเครื่อง Immersion DUV Lithography ภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนความพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังตามหลัง ASML ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการผลิต และความน่าเชื่อถือ จึงยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อความเป็นผู้นำของ ASML ในระยะใกล้

ผลกระทบกลุ่มผู้ผลิต Memory ในเอเชีย 
แม้แนวโน้มการลงทุนด้าน AI และอุปสงค์ Memory ยังคงแข็งแกร่ง แต่ gross profit margin ที่อยู่ในระดับสูงถึง 80–90% ทำให้นักลงทุนเริ่มจับตาความยั่งยืนของกำไร หาก margin เริ่มทรงตัวหรืออ่อนตัวลง อาจกดดัน sentiment ของหุ้นกลุ่มนี้ได้ สำหรับ SK Hynix แม้รายได้และกำไรไตรมาส 2 ทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ราคาขายเฉลี่ยโดยรวมของ DRAM ต่ำกว่าคาดจากการเลื่อนส่งมอบสินค้ากลุ่ม high value-add ไปยังครึ่งปีหลัง ซึ่งสะท้อนประเด็นด้าน product mix มากกว่าความอ่อนแอของอุปสงค์ โดยเราคาดว่า margin จะปรับดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากการเพิ่มสัดส่วนการขาย HBM4 ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า DRAM ทั่วไป

ผลกระทบต่อกองทุน K-ATECH​
กองทุนได้รับผลกระทบจากแรงขายในตลาดหลักที่เป็นสัดส่วนการลงทุนสำคัญ ได้แก่ จีน 34% ญี่ปุ่น 29.6% ไต้หวัน 19.5% และเกาหลีใต้ 14.2% (ข้อมูล ณ 31 พ.ค. 2026) ส่งผลให้ผลการดำเนินงานระยะสั้นเผชิญแรงกดดันตามทิศทางตลาด โดยเฉพาะจากหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ AI-related ที่ปรับตัวลงแรง

มุมมองผู้จัดการกองทุน 
แม้เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อธีม AI ในระยะยาว เนื่องจากทั้งการลงทุนและอุปสงค์ยังเติบโตต่อเนื่อง 

แต่ในระยะสั้นตลาดอาจยังผันผวนจากแรงขายทำกำไรและการปรับลดความคาดหวัง หลังหุ้น AI ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนจึงให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสามารถของ Big Tech ในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน AI รวมถึงผลกระทบต่อกระแสเงินสด การระดมทุน และต้นทุนทางการเงิน

คำแนะนำการลงทุน
นักลงทุนควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวในธีมใดธีมหนึ่งมากเกินไป แม้ธีม AI, Data Center และ Semiconductor จะยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว 

แต่ระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนจากการปรับ valuation และ sentiment ของตลาด ผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีสูงอาจพิจารณากระจายพอร์ตไปยังกองทุนที่ลงทุนหลากหลายภูมิภาคหรือหลายอุตสาหกรรม เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม

กองทุนแนะนำ
✅️ K-WealthPlus Series สามารถเป็นอีกทางเลือกในการจัดพอร์ตให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละราย

ลงทุนง่ายผ่าน K PLUS หรือ K-My Funds เริ่ม 500 บาท

ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย 

ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 2026​

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน​





Yes
7/29/2026
0
situation