เกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา?
ในช่วงที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 5% จากความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งกว่าที่คาด
ขณะที่รัฐบาลมีความต้องการกู้ยืมเพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านเทคโนโลยีและ AI ทำให้ความต้องการเงินทุนในระบบสูงขึ้น แม้ข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เดือนสิงหาคมจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% จากเดือนก่อน และ 3.0% จากปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคหลังหักผลกระทบเงินเฟ้อยังขยายตัว 0.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ทำให้ตลาดยังคงกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยและ Bond Yield อาจอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ยังมีความผันผวนในช่วงสั้นได้
ผลกระทบต่อกองทุน K-GDBOND กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว
การปรับขึ้นของ Bond Yield ส่งผลให้มูลค่าตราสารหนี้ในพอร์ตปรับลดลง และอาจทำให้มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนผันผวนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเป็นหลัก ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพของสินทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุน โดยพอร์ตยังคงเน้นการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีและมีความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับที่เหมาะสม
มุมมองการลงทุน
KAsset มองว่ามุมมองการลงทุนใน K-GDBOND ยังคงเดิม แต่เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าลงทุนในระยะสั้น เน้นทยอยเข้าลงทุนมากกว่าจับจังหวะตลาด เนื่องจากตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานต่อมุมมองดอกเบี้ย จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ตลาดเคยคาด ทำให้อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน สร้างความผันผวนให้กับตลาดตราสารหนี้ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ระดับ Bond Yield ในปัจจุบันถือเป็นระดับสูงสุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งด้านคุณภาพโดยรวมของสินทรัพย์ในพอร์ตยังอยู่ในระดับมั่นคง ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ลงทุนสามารถทยอยเข้าลงทุนในตราสารหนี้ โดยต้องพิจารณามองข้ามความผันผวนระยะสั้นไปมุ่งเน้นกับเป้าหมายและระยะเวลาการลงทุนที่วางไว้
คำแนะนำการลงทุน K-GDBOND ตราสารหนี้ระยะยาว
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใหม่ :
ระดับ Bond Yield ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับสูงที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าลงทุนในตราสารหนี้ด้วยระดับผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีความไม่แน่นอนและความผันผวนสูง จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนระยะสั้นได้
KAsset แนะนำให้ทยอยลงทุนใน K-GDBOND เป็นระยะ แทนการลงทุนด้วยเงินก้อนทั้งหมดในครั้งเดียว เพื่อช่วยกระจายจังหวะการลงทุน โดยอาจพักเงินบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS หรือ K-GSF ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่า และทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนตามแผนที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ขณะเดียวกันยังได้รับประโยชน์จากระดับ Yield ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน
สำหรับผู้ลงทุนเดิม :
KAsset มองว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลจากการปรับตัวของตลาดต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก และอาจไม่ใช่เหตุผลเพียงพอในการเปลี่ยนแปลงการลงทุนจากปัจจัยระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยังมีเป้าหมายการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ผู้ถือหน่วยสามารถพิจารณาถือลงทุนต่อหรือทยอยสะสมเพิ่มเติมตามแผนการลงทุนที่วางไว้ เนื่องจากระดับ Yield ณ วันที่เข้าลงทุนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนศักยภาพของการลงทุนในระยะข้างหน้า
หากต้องการลดความผันผวนระหว่างทาง อาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนบางส่วนไปยังกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น K-SFPLUS หรือ K-GSF ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ขณะเดียวกันยังคงสัดส่วนการลงทุนใน K-GDBOND เพื่อรับประโยชน์จากระดับ Yield ที่อยู่ในระดับสูงปัจจุบัน และรักษาโอกาสได้รับประโยชน์หากภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเอื้ออำนวย
ที่มา: KAsset Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2026
คำเตือน กองทุนแต่ละกองมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแตกต่างกัน ผู้ลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ www.kasikornasset.com