การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน (4 พฤศจิกายน) ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า หลังการเลือกตั้ง ตลาดจะยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้หรือไม่ แม้ประวัติศาสตร์อาจไม่ได้เกิดซ้ำในรูปแบบเดิมเสมอไป แต่ข้อมูลในอดีตก็ยังถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี โดยนับตั้งแต่ปี 1950 ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วง 12 เดือนหลังการเลือกตั้งกลางเทอมทุกครั้ง และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 15% ขณะที่ในระยะสั้น ตลาดก็มีแนวโน้มแข็งแกร่งเช่นกัน โดยในปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอม ผลตอบแทนเฉลี่ยในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 6.6%
แม้สถิติดังกล่าวจะน่าสนใจ แต่ไม่ควรนำมาพิจารณาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมแต่ละรอบในอดีตนั้นเกิดขึ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่แตกต่างกันมาก อย่างไรก็ดี มีประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัด คือ ตลาดไม่ชอบความไม่แน่นอน และการเลือกตั้งมักสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด เมื่อภาพโครงสร้างทางการเมืองในระยะข้างหน้ามีความชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้ง ตลาดจึงกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานอย่างเศรษฐกิจ ผลประกอบการและทิศทางนโยบาย ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อตลาดมากกว่า
ดังนั้น ปฏิทินการเมืองเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ซึ่งเมื่อประเมินแล้วยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง ได้แก่
- 1. กำไรบริษัทเติบโตแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะเติบโตราว 37% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ Valuation ปรับลดลงประมาณ 15% ทำให้ระดับราคาปัจจุบันน่าสนใจมากกว่าช่วงต้นปี
- 2. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง GDP สหรัฐฯ คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 2% ต่อเนื่องไปถึงปี 2027 ซึ่งช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทและจำกัดความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
- 3. การลงทุนของภาคธุรกิจยังเป็นแรงหนุน วัฏจักรการลงทุนยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัท
- 4. Fed อาจเข้มงวดน้อยกว่าที่ตลาดกังวล Fed อาจดำเนินนโยบายตึงตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรและเป็นบวกต่อตลาดหุ้น
- 5. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำมาก แม้ดูเหมือนเป็นปัจจัยลบ แต่ในอดีตช่วงที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ใกล้จุดต่ำสุด มักเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นทำได้ดีในระยะถัดไป เพราะความกังวลจำนวนมากอาจสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว
โดยสรุป สถิติในอดีตชี้ว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวดีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง ขณะที่รอบนี้ยังมีแรงหนุนจากกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจที่ยังขยายตัว การลงทุนใน AI และ Fed ที่อาจเข้มงวดน้อยกว่าคาด ดังนั้น แทนที่จะพยายามจับจังหวะตลาดตามผลการเลือกตั้ง นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การกระจายความเสี่ยง และปัจจัยระยะยาวที่เป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทน
ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
Source: FactSet, Standard & Poor's, J.P. Morgan Asset Management. Data are as of October 6, 2026.![]()
![]()