บลจ.กสิกรไทย เผยบทวิจัย KAsset Capital Market Assumptions (KCMA) ปี 2569 ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management เสนอกรอบมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาว 10-15 ปี คาดพอร์ตการลงทุนทั่วโลกให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 6.4% ต่อปี และตราสารหนี้กลับมามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง คาดเติบโตเฉลี่ย 2.1% ต่อปี และตลาดทุนพึ่งพาเงินปันผลเป็นหลัก จึงแนะผู้ลงทุนกระจายการลงทุนไปต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในระยะยาว
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย นำเสนอบทวิจัย KAsset Capital Market Assumptions (KCMA) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ความร่วมมือกับ J.P. Morgan Asset Management เพื่อถ่ายทอดกรอบมุมมองและสมมติฐานด้านเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาว โดยบทวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้นจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จาก 4 ทีมบริหารการลงทุนหลักของทั้งสององค์กร ต่อยอดจากกรอบงานวิจัย Long-Term Capital Market Assumptions ของ J.P. Morgan Asset Management ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ลงทุนไทย ครอบคลุมการประเมินแนวโน้มผลตอบแทนและความเสี่ยงของสินทรัพย์มากกว่า 100 ประเภท ในระยะเวลา 10-15 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจลงทุนระยะยาวอย่างมีระบบ
“ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากปัจจัยด้านชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดด้านการค้า และภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว แม้ความไม่แน่นอนจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ยังปรากฏสัญญาณสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว ส่งผลให้การวางแผนกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวมีความน่าสนใจ โดยพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกคาดว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6.4% ต่อปี ขณะที่ตราสารหนี้กลับมามีบทบาทมากขึ้นจากระดับอัตราผลตอบแทนที่สูง สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังคงเผชิญข้อจำกัดจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาทิ การชะลอตัวของการลงทุน สังคมผู้สูงอายุ และการเติบโตของประสิทธิภาพการผลิตของไทยที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้การคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 2.1% ต่อปี และเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 1.2% โดยตลาดทุนไทยยังมีลักษณะพึ่งพาผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก ขณะที่ตราสารหนี้มีข้อจำกัดด้านผลตอบแทน จึงแนะนำผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตและรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะยาว" นายวินกล่าว
นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย มุ่งยกระดับบทวิจัย KAsset Capital Market Assumptions (KCMA) ให้เป็นกรอบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการวางแผนการลงทุนระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถทำความเข้าใจแนวโน้มผลตอบแทนและความเสี่ยงของสินทรัพย์ภายใต้สมมติฐานที่เป็นระบบและมีเหตุผลทางวิชาการ รองรับการตัดสินใจลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารความผันผวน สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFFนายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ให้การต้อนรับนายแพทริก เฮมเมอร์ (H.E. Mr. Patrick Hemmer) เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย และนายทอม เธโอบาลด์ (Mr. Tom Théobald) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Luxembourg for Finance (LFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลการพัฒนาศูนย์กลางการเงินของลักเซมเบิร์ก เนื่องในโอกาสเยี่ยมชมธุรกิจจัดการกองทุน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนการลงทุนโดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของทั้ง บลจ.กสิกรไทย และ LFF