3/10/2026

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน สัญญาณเตือน 'ความมั่นคงพลังงานไทย' 

สถานการณ์ความขัดแย้งฯ หลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้กลับ กำลังถูกมองว่าเป็น “สัญญาณเตือน” ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคยังพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศในอ่าวเปอร์เซียเป็นหลัก

สำนักข่าว Eco-Business รายงานว่า ความตึงเครียดดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งพลังงานโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก …ข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 4 มีนาคม 2026 จากสำนักข่าว Thai PBS ระบุว่าช่องแคบนี้มีการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก และยังเป็นเส้นทางผ่านของก๊าซ LNG จำนวนมากถึง 85 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 21% ของการค้า LNG ทั่วโลก …หากเกิดการปิดกั้นหรือความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ช่องแคบดังกล่าว อาจทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในอาเซียน

649177522_1385876936913300_4590901499348831097_n.jpg

ที่มา: Global News “OPEC members Saudi Arabia, Iran, the UAE, Kuwait and Iraq export most of their crude via the Strait. Qatar, the world’s biggest liquefied natural gas (LNG) exporter, sends almost all of its LNG through the Strait.”

สิงคโปร์และไทยเป็นผู้นำเข้า LNG รายใหญ่จากกาตาร์ในภูมิภาคอาเซียน โดยในปี 2025 สิงคโปร์นำเข้า LNG จากกาตาร์ประมาณ 45% ของปริมาณทั้งหมด ขณะที่ไทยนำเข้าประมาณ 28% จากกาตาร์และโอมาน ความพึ่งพิงดังกล่าวทำให้ทั้งสองประเทศมีความเสี่ยงสูงต่อความผันผวนของราคาและการหยุดชะงักของอุปทาน …อนึ่ง ปัจจุบันกาตาร์ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลก ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ รัสเซีย โดยกาตาร์ยังถือครองแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของโลก (“The North Field”) ร่วมกับอิหร่าน ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่ค้นพบแล้วทั่วโลก

ประเทศต่างๆ จึงควรพิจารณาแผนขยายการใช้ LNG เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เนื่องจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งของอาเซียน และการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่งจะมิใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป …Dr. Dinita Setyawati ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายพลังงาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Eco-Business

ทั้งนี้ ราคา LNG ในตลาดเอเชียที่อ้างอิงดัชนี LNG Japan/Korea Marker (Platts) Swap Future อยู่ที่ 15.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู ณ วันที่ 5 มีนาคม 2026 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 10 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือน หลังจากกองทัพเรืออิหร่านประกาศห้ามเรือทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

649105151_1385884470245880_4678720401472839753_n.jpg

ที่มา: Eco-Business “Singapore and Thailand were the most reliant on liquified natural gas imports from Qatar in 2024”​​

สำนักข่าว The Active (Thai PBS) คาดการณ์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้ประเทศไทยเผชิญกับการปรับเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าเหมือนกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ซึ่งทำให้ราคา LNG พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก และสงครามครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการคว่ำบาตรและการหยุดชะงักของการส่งออก ทำให้อุปทานก๊าซ LNG ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นในตลาดโลก

หลังจากที่ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บของไทยอยู่ในช่วง 3 บาท/หน่วย มาเป็นระยะเวลานานกว่า 14 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 …ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2022 ค่าไฟไทยเพิ่มจาก 4.03 บาท/หน่วย เป็น 4.72 บาท/หน่วย ในเดือนกันยายน 2022 เนื่องจากราคาก๊าซ LNG ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าแพงขึ้น (ปัจจุบัน ค่าไฟของไทยช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2026 อยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย )

วันที่ 5 มีนาคม 2026 กระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมประกาศค่าไฟงวดใหม่ช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม 2026 ในปลายเดือนมีนาคม …โดยยอมรับว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิง โดยเฉพาะ LNG และน้ำมันดิบสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าไฟของไทย และภาครัฐอาจใช้เงินส่วนเกินของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟน., และ กฟภ.) ประมาณ 10,000 ล้านบาทมาช่วยตรึงค่าไฟ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูง

648184859_1385885530245774_2195431639817534780_n.jpg
สำนักข่าว The Active (Thai PBS) ยังระบุว่าการพึ่งพา LNG ที่นำเข้าจากต่างประเทศมีความเสี่ยงจากราคาที่สูงและผันผวน ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟฟ้าโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตสงคราม เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องจับตาแผน PDP2026 ที่จะกำหนดทิศทางการใช้ LNG และพิจารณาว่าจะเพิ่มการพึ่งพา LNG ต่อไปหรือไม่ ขณะที่ยังต้องรับมือกับความไม่มั่นคงทางพลังงานและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ตามแผน NDC3.0

ในขณะเดียวกันข้อมูลจาก TDRI ชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของไทยในระยะยาว …การสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานทดแทนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดต้นทุนพลังงานและเสริมความยั่งยืนให้กับระบบพลังงานของประเทศ
ที่มา: JustPow “นโยบายพลังงานของไทยยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก โดยเฉพาะการนำเข้า LNG ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าแนวทางนี้จะสร้าง "ความมั่นคงทางพลังงาน ได้จริงหรือไม่”

ขอขอบคุณ ข้อมูลจากสำนักข่าว Eco-Business, Thai PBS, Reuters, และกระทรวงพลังงาน
แปลและเรียบเรียงเนื้อหาโดย: ฝ่ายจัดการลงทุนเพื่อความยั่งยืน
ข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม 2026

สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสสร้างพอร์ตเติบโตไปกับเทรนด์โลก ไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ขอแนะนำ 

▪️ K-ESGSI-ThaiESG
เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยระยะยาว ความเสี่ยงต่ำ คว้าโอกาสรับผลตอบแทนในช่วงดอกเบี้ยขาลง

▪️ K-ESGBF-ThaiESG
ลงทุนโดยตรงในพันธบัตรและหุ้นกู้เอกชน ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ในระดับ Investment Grade ขึ้นไป​

▪️ K-BL30-ThaiESG​ 
ลงทุนผสมเน้นตราสารหนี้ไทย ด้วยกลยุทธ์ Positive Screening และหุ้นไทยเน้น SET ESG Ratings ระดับ AAA 

▪️ K-TNZ-ThaiESG 
เน้นลงทุนหุ้นไทยที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Target Net Zero) ​


คำเตือน : กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน​




Yes
3/10/2026
0
situation