ช่วงนี้ใครที่ติดตามข่าวสารการลงทุน น่าจะสัมผัสได้เหมือนกันว่า ตลาดเต็มไปด้วยแรงกดดันรอบด้าน ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเลือกชะลอการลงทุน และถือเงินสดไว้ก่อน เพื่อรอดูทิศทางให้ชัดเจน ซึ่งถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้น วิธีคิดแบบนี้ก็อาจไม่ผิด แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะกับกองทุนลดหย่อนภาษี การถือเงินสดเฉย ๆ อาจทำให้เราพลาดจังหวะสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
เพราะกองทุนประเภทนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อการถือครองระยะยาวโดยเฉพาะ อย่างกองทุน ThaiESG ที่มีเงื่อนไขถือครองต่อเนื่อง 5 ปี นั่นหมายความว่า เมื่อเราต้องลงทุนแล้วถือยาว ‘ต้นทุน’ จึงเป็นตัวแปรสำคัญ แม้จะเป็นช่วงต้นปี แต่การเริ่มลงทุนในช่วงที่ราคาปรับตัวลงย่อมช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าในระยะยาว
ดังนั้น ในช่วงที่ตลาดพักฐานหรือราคาปรับตัวลง จึงไม่ใช่เวลาที่ต้องถอย แต่เป็นโอกาสในการ “สะสมของดีในราคาที่ถูกลง” เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้พอร์ตการลงทุนของเราใน 3 ด้านนี้
1. เงินเท่าเดิม แต่ได้ของมากขึ้น
เมื่อตลาดปรับฐาน ราคาหน่วยลงทุนก็จะปรับตัวลงตาม ทำให้เงินลงทุนก้อนเดิม สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้มากขึ้น และเมื่อวันหนึ่งตลาดฟื้นตัว จำนวนหน่วยลงทุนที่เราสะสมไว้ในราคาถูก จะกลายเป็นตัวเร่งให้พอร์ตเติบโตและสร้างกำไรได้มากขึ้น
2. ต้นทุนต่ำลง ลดโอกาสติดดอย
หนึ่งในความผิดพลาดที่นักลงทุนเจอบ่อยที่สุด คือการเข้าไปซื้อหน่วยลงทุนในช่วงที่ราคาขึ้นไปสูงแล้ว การเปลี่ยนมาทยอยสะสมในช่วงตลาดย่อตัว คือการลดต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ต นอกจากช่วยลดความเสี่ยง ยังเพิ่มโอกาสให้พอร์ตกลับมาเป็นกำไรได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
3. ได้เซฟภาษี เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน สิ่งที่ได้แน่นอนคือสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเฉพาะกองทุน ThaiESG ที่ให้วงเงินลดหย่อนแยกออกมาต่างหาก (ไม่ต้องรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ) โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด 30% ของรายได้พึงประเมินทั้งปี และไม่เกิน 300,000 บาท แปลว่านอกจากจะได้ลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพในจังหวะที่ราคาอยู่ในระดับน่าสนใจแล้ว ยังช่วยลดภาระภาษี ทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นด้วย
สำหรับใครที่อยากใช้จังหวะนี้สร้างแต้มต่อให้พอร์ต KAsset มีกองทุน ThaiESG แนะนำให้เลือกถึง 3 กองทุน
- 𝐊-𝐄𝐒𝐆𝐁𝐅-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนที่เน้นลงทุนตราสารหนี้เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมปรับ Duration ได้อย่างยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
- 𝐊-𝐁𝐋𝟑𝟎-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนผสมหุ้นและตราสารหนี้ ESG ลงทุนหุ้นไทยเฉลี่ยไม่เกิน 30% ที่มีคะแนน SET ESG Rating อยู่ในระดับ AAA มากกว่า 50% และลงทุนในตราสารหนี้ไทยระดับ Investment Grade ทั้งภาครัฐและเอกชน
- 𝐊-𝐓𝐍𝐙-𝐓𝐡𝐚𝐢𝐄𝐒𝐆
กองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นไทยตามเทรนด์ Net Zero มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนี SET100 TRI ผ่านการคัดเลือกบริษัทที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) มีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพเติบโตในอนาคต