1/23/2026

สรุปความท้าทาย 4 ด้าน ของโลกการลงทุน ในปี 2026



โลกการลงทุนในปี 2026 เต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ที่ส่งผลโดยตรงต่อการจัดพอร์ตลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก โดยความท้าทายหลัก ๆ ของโลกการลงทุนในตอนนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน

1. ทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง 
หลังจากช่วงคุมเข้มนโยบายทางการเงินมาอย่างยาวนาน ปี 2026 กลายเป็นปีที่ธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินนโยบายทางการเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
เริ่มเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายนโยบายอย่างระมัดระวัง เพื่อลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ โดยไม่ปล่อยให้เงินเฟ้อกลับมาสูงอีกครั้ง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยจะขยับลงเพียงเล็กน้อยจาก 3.6% ไปอยู่ที่ 3.4%

- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
ฝั่งยุโรปมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น หลังเงินเฟ้อชะลอตัว ขณะที่อังกฤษยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการเติบโตที่อ่อนแอ

- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)
ยังคงเดินหน้าบนนโยบายที่แตกต่างจากประเทศหลักอื่น ๆ โดยปรับนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น โดยไม่สร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงิน

2. การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ 
โลกกำลังเปลี่ยนจากโลกขั้วเดียว ไปสู่ “โลกหลายขั้ว” ที่อำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองได้กระจายตัวไปยังหลายภูมิภาค ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอินเดีย

ส่วนความตึงเครียดก็ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่โลก ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย–ยูเครน หรือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีโอกาสลุกลามจนส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโลกได้เช่นกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจกลับเติบโตลดลง จนอาจเกิดภาวะ Stagflation ได้

3. ระเบียบการค้าโลกใหม่ 
ระบบการค้าโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทาน ที่เริ่มเคลื่อนย้ายออกจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง
นอกจากนี้ แนวโน้มอย่าง Friend-Shoring และ Near-Shoring หรือการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตรทางเศรษฐกิจ ยังทำให้การค้าโลกแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจนมากขึ้น

ส่วนประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ก็กำลังกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และในอนาคตทางการค้าจะมีแนวโน้มเน้นการเชื่อมโยงภายในภูมิภาคมากขึ้น แทนการพึ่งพาโครงสร้างโลกเศรษฐกิจแบบเดิม

4. นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI 
ในโลกที่การเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังถูกจำกัดด้วยโครงสร้างประชากร ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ และนี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ในระดับเดียวกับการมาของไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว

619269923_1345070110993983_8601604821386929456_n.jpg

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า.. แล้วในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแบบนี้ ควรจัดพอร์ตลงทุนอย่างไร ?
KAsset เข้าใจดีว่า ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีพอร์ตลงทุนที่ “กระจายความเสี่ยง” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้ทันโลกด้วย

ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา KAsset จึงทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง
J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) ในบทบาทที่ปรึกษาการลงทุนระดับโลก เพื่อช่วยเติมมุมมองเชิงลึกจากตลาดการเงินทั่วโลก 

ไม่ว่าจะเป็นทิศทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน หรือความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในแต่ละภูมิภาค ผ่านกองทุนผสม Core Portfolio ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มี AUM อันดับ 1 กว่า 80,000 ล้านบาท* อย่าง ‘𝐊-𝐖𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡𝐏𝐋𝐔𝐒 𝐒𝐞𝐫𝐢𝐞𝐬’ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพอร์ตลงทุนหลัก (Core Portfolio) สำหรับนักลงทุน

โดยกองทุนผสมดังกล่าว เน้นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก พร้อมปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่เปลี่ยนไป เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเดินหน้าลงทุนได้อย่างมีทิศทาง
แม้ต้องเผชิญกับโลกการลงทุนที่ผันผวนและไม่แน่นอนก็ตาม

โดยจุดเด่นหลัก ดังนี้
1. One-Stop Diversification ครบจบในกองเดียว กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก พร้อมปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด

2. ร่วมมือกับ บลจ. ระดับโลก มุ่งเน้นการลงทุนแบบยกระดับ ร่วมมือกับ บลจ. ระดับโลก J.P. Morgan Asset Management ด้วยงานวิจัยและข้อมูลเชิงลึก

3. ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน มีพอร์ตการลงทุนให้เลือกหลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่ต้องการตั้งแต่ปานกลางถึงสูง

โดย นักลงทุน สามารถเลือกลงทุนได้ 3 แบบ

K-WPBALANCED
กระจายการลงทุนระหว่างตราสารหนี้ทั่วโลก 70% และหุ้นทั่วโลก 30% เพิ่มโอกาสเติบโตอย่างสมดุล

K-WPSPEEDUP
เพิ่มสัดส่วนหุ้นทั่วโลกเป็น 65% ตราสารหนี้ 35% เพื่อเพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโตแบบติดสปีด

K-WPULTIMATE
เน้นหุ้นทั่วโลกถึง 85% ตราสารหนี้ 15% เพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโตเต็มแม็กซ์

หมายเหตุ : 
*ข้อมูล บลจ.กสิกรไทย ณ 31 ธ.ค.68 / K-WealthPLUS Serires ได้แก่ K-WPLIGHT, K-WPBALANCED, K-WPSPARK, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE, K-WPBALRMF, K-WPSPEEDRMF และ K-WPULTIRMF
- กองทุนจัดตั้งและจัดการโดย บลจ. กสิกรไทย โดยมี J.P. Morgan Asset Management เป็นผู้ให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตาม J.P. Morgan Asset Management ไม่มีส่วนในการตัดสินใจในการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุน ดังนั้น โฆษณาชิ้นนี้จึงไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีข้อผูกพันใดๆ กับ J.P. Morgan Asset Management กองทุนและบริษัทในเครือ

​สนใจลงทุนได้ง่าย ๆ ผ่านแอปฯ K-My Funds เริ่มต้นเพียง 500 บาท

คำเตือน : กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน​

Yes
1/23/2026
0
situation