ในขณะที่หลายคน…กำลังปวดหัวกับการจัดพอร์ตท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
แต่รู้หรือไม่ว่า... ในจังหวะเดียวกันนี้ กลับมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่กำลังหันมาให้ความสนใจกับ "ตราสารหนี้" หนึ่งในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ในทุกวัฏจักรดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นช่วงขาขึ้นหรือขาลง
อย่างไรก็ตาม การลงทุนไม่ควรเป็นเรื่องของการทำตาม กระแส
เพราะแม้ตราสารหนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในทุกสภาวะตลาด แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ… การเข้าใจกลไกการทำงาน เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนได้ถูกจังหวะ
โดยหัวใจสำคัญของการลงทุนตราสารหนี้ก็คือ “ความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราดอกเบี้ย และ ราคาตราสารหนี้”
สำหรับทริกการจำง่าย ๆ ให้เรานึกถึง "ไม้กระดก” เพราะทั้งสองจะเคลื่อนไหวสวนทางกันอยู่เสมอ เหมือนกับไม้กระดกที่เมื่อด้านหนึ่งขึ้น อีกด้านหนึ่งก็จะลงนั่นเอง
⏬ เมื่อดอกเบี้ย ขาลง = มูลค่าตราสารหนี้ จะสูงขึ้น
เพราะตราสารหนี้ใบเก่าที่ให้ดอกเบี้ยสูง ๆ จะได้รับความสนใจขึ้นมาทันที ทำให้เรามีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคา หรือ Capital Gain เพิ่มมากขึ้น จากการที่ผู้คนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อตราสารนั้นที่ในอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าในปัจจุบัน แต่ในทางกลับกัน
⏫ เมื่อดอกเบี้ย ขาขึ้น = มูลค่าตราสารหนี้ จะต่ำลง
เนื่องจากนักลงทุนหันไปสนใจตราสารหนี้ออกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทนนั่นเอง
เมื่อรู้กลไกของตราสารหนี้แล้ว ต่อมาก็คือ “การเลือกตราสารหนี้ให้เหมาะตามสภาวะเศรษฐกิจ” โดยดูจากอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ หรือที่เราเรียกว่า “Duration”
ช่วงดอกเบี้ยขาลง
ให้เลือกตราสารหนี้ระยะยาวที่มี Duration สูง เพื่อล็อคผลตอบแทนสูง ๆ ไว้นาน ๆ และรับกำไรจากราคาตราสารหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
ให้เลือกตราสารหนี้ระยะสั้นที่มี Duration ต่ำ เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านราคา และเตรียมความพร้อมสับเปลี่ยนเงินไปรับดอกเบี้ยใหม่ที่สูงกว่าได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับใครที่เข้าใจกลไกแล้ว และมองหาโอกาสรับรายได้จากดอกเบี้ยโลก แต่ไม่อยากปวดหัวกับการนั่งจับจังหวะตลาดด้วยตัวเอง กองทุน K-GDBOND คือตัวช่วยที่ตอบโจทย์
กองทุนนี้ลงทุนในกองทุนหลักระดับโลกอย่าง PIMCO GIS Income Fund ซึ่งบริหารโดย PIMCO ผู้เชี่ยวชาญและเป็นหนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องของการคัดสรรสินทรัพย์คุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อสู้กับทุกสภาวะตลาด
โดยจุดเด่นคือ นักลงทุนไม่ต้องจับจังหวะหรือดูแนวโน้มดอกเบี้ยปัจจุบันเพราะกองทุนสามารถปรับอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ (Duration) ได้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ อย่างเช่นช่วงที่ Fed มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย กองทุนนี้ก็จะทำการปรับลดอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ให้ต่ำลง เพื่อจำกัดความเสี่ยงของพอร์ต และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น เป็นต้น