เปลี่ยนเงินสดให้เป็นแต้มต่อ ด้วยกองทุนตราสารหนี้สายเสี่ยงต่ำ
หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เวลาพูดถึงการจัดพอร์ตลงทุน คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น "ช่วงนี้ลงทุนอะไรดี ?"
แต่วันนี้คำถามของนักลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อเศรษฐกิจผันผวน ตลาดหุ้นขึ้นลงรวดเร็ว และค่าครองชีพยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลายคนจึงไม่ได้มองแค่ว่า "ลงทุนอะไร" แต่เริ่มคิดว่า "ควรเก็บเงินไว้ตรงไหนระหว่างรอโอกาส"
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แนวคิดเรื่อง Cash Allocation หรือการจัดสรรเงินสดในพอร์ต ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะในยุคนี้ "สภาพคล่อง" ไม่ใช่แค่เงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกต่อไป แต่เป็นทั้งอาวุธและแต้มต่อสำคัญของนักลงทุน
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหลายคนก็แนะนำว่า ควรพิจารณาถือครองเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องสูงไว้เผื่ออย่างน้อย 10% ของพอร์ตลงทุน เพื่อเป็นทุนสำรองไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงแผนการลงทุนในอนาคต
แต่ว่าการปล่อยเงินสดนอนนิ่งอยู่ในบัญชี ทั้งที่ยังไม่มีแผนใช้ในระยะสั้น ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมูลค่าของเงินมีโอกาสลดลงจากเงินเฟ้อในทุกปี
ด้วยเหตุนี้ "กองทุนตราสารหนี้" จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับการพักเงิน เพราะช่วยให้เงินยังทำงานต่อได้ ด้วยความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำ พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่อาจสูงกว่าการฝากเงินทั่วไป
และเพื่อให้การพักเงินของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด KAsset ขอแนะนำ 2 กองทุนตราสารหนี้ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ระยะเวลาการพักเงินที่แตกต่างกันของนักลงทุน
➡️ “K-SF” พักเงินแบบคล่องตัว
ใครที่รู้ตัวว่าอาจจะต้องดึงเงินออกมาใช้กะทันหัน หรือกำลังรอจังหวะเข้าลงทุน กองทุนนี้ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ชั้นดีระยะสั้น ลงทุนอย่างน้อย 1-3 เดือน ความผันผวนต่ำ รักษาเงินต้นให้ปลอดภัยในช่วงตลาดผันผวน ช่วยเสริมสภาพคล่องให้พอร์ต
➡️ “K-SFPLUS” พักเงินแบบหวังผลตอบแทน
หากมั่นใจว่ายังไม่มีแผนใช้เงินก้อนในช่วงระยะสั้น กองทุนนี้เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการขยับไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุนานขึ้น แนะนำลงงทุน 3-6 เดือน พร้อมกระจายการลงทุนไปยังเงินฝากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับการพักเงินระยะสั้น
สุดท้ายแล้ว การจัดพอร์ตที่ดี ไม่ได้หมายถึงการตามหาหุ้นเด่นหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเลือก "ที่พักเงิน" ให้เหมาะกับช่วงเวลาที่เงินยังรอโอกาสลงทุนอีกด้วย