8/2/2023

Fitch ปรับลด Rating สหรัฐฯลงเหลือ AA+ กระทบต่อการลงทุนอย่างไร?

HIGHLIGHTS:
• Fitch ปรับลด Credit Rating ระยะยาวของสหรัฐฯ จากระดับ AAA เหลือ AA+
• รมต.คลังสหรัฐฯ เจเน็ต เยลเลน ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการใช้เหตุผลเรื่องเพดานหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นไปแล้วช่วงต้นปี
• KAsset ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองการลงทุนต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯและตราสารหนี้โลก (Slightly Positive)


สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch ปรับลด Credit Rating ระยะยาวของสหรัฐฯ 
Fitch ปรับลด Credit Rating ระยะยาวของสหรัฐฯ จากระดับ AAA เหลือ AA+ โดยอ้างถึงภาวะการถดถอยทางการคลังที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมถึงปัญหาภาระหนี้ภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น 

ซึ่งการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมีขึ้นหลังจากสภาอเมริกันสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายเพดานหนี้ภาครัฐ เมื่อเดือนมิ.ย. หลังจากการหารือยืดเยื้อมาหลายเดือน ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เจเน็ต เยลเลน ได้แสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐฯในครั้งนี้ และระบุในแถลงการณ์ว่า “กระทำโดยลำพังและอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลเก่า”

ตลาดหุ้นเอเชียปิดร่วง รับข่าวดังกล่าว
ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลง นำโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่น (NIKKEI) -2.3% ตลาดหุ้นฮ่องกง (HSI) -2.3% ตลาดหุ้นอินเดีย (SENSEX) -1.1% ตลาดหุ้นจีน (SHCOMP) -0.9% ขณะที่ตลาดหุ้นไทย (SET) สามารถปรับตัวบวกเล็กน้อย +0.1% (เวลาโดยประมาณ 14.45 น. วันที่ 2 ส.ค. 2566)

มุมมองและคำแนะนำการลงทุน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
"ยังคงมีมุมมองต่อหุ้นสหรัฐฯ เป็น Slightly Positive ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมาจากมุมมอง Neutral"
 
KAsset มองว่าเงินเฟ้อที่กำลังปรับลดลง ในขณะที่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ผู้บริโภคยังคงมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯถูกเลื่อนออกไป ด้านรายได้ของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 ที่กำลังทยอยประกาศออกมา มากกว่า 80% มีผลกำไรดีกว่าที่คาด ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่อยู่ที่ประมาณ 60-70% ของบริษัทที่ประกาศ โดยแม้ว่ารายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะไม่ได้เติบโตในไตรมาสนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนแออย่างมีนัยะสำคัญ
 
อนึ่ง การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้ จะแตกต่างจากตอนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ปรับ Rating ลงในปี 2011 โดยการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ Fitch ในครั้งนี้ อ้างอิงมาจากเหตุผล เรื่องเพดานหนี้สาธารณะ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี จึงไม่ได้มีนัยสำคัญที่ทำให้ KAsset เปลี่ยนมุมมองการลงทุน 

"ยังคงแนะนำหุ้นสหรัฐฯ เป็น Slightly Positive และแนะนำเข้าซื้อ K-USA​, K-US5000X​ และ K-USXNDQ​ เมื่อมีจังหวะย่อตัว"

มุมมองและคำแนะนำการลงทุน ตราสารหนี้
"ยังคงมีมุมมองต่อตราสารหนี้โลกเป็น Slightly Positive" 

โดย KAsset มองว่า สามารถกระจายความเสี่ยง ลงทุนได้ทั้งตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้สหรัฐฯ ทั้งนี้เรามีการปรับลดมุมมองตราสารหนี้โดยรวมลงมาจาก Positive เนื่องจากเรามองว่า Fed อาจจะไม่ได้สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็ว บวกกับเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ Fed ไม่มีความจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย และยังคงมุมมอง higher for longer

ทั้งนี้ ประเด็นการปรับลด Rating ของ Fitch มีผลกระทบต่อตลาดค่อนข้างจำกัด ตลาดไม่ได้กังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มเติมจากประเด็นนี้ แต่การที่ Yield สหรัฐฯปรับตัวขึ้น มาจากความกังวลเรื่องอุปทานของพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 7.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

"โดยสรุป การปรับขึ้นของ Yield พันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ เป็นโอกาสการเข้าลงทุนที่ดีได้ สามารถเข้าลงทุน K-SF, K-SFPLUS, K-PLAN1 และ K-FIXEDPLUS​"

หมายเหตุ ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยศึกษานโยบายกองทุนและความเสี่ยงได้ที่ www.kasikornasset.com

บทความโดย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.กสิกรไทย 
ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2023

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 
มุมมองการลงทุน หลังเลือกตั้ง พ.ค. 2566 >>Click
กองทุน LTF ครบกำหนด ..ทำอย่างไรดี ? >>Click
GDP จีนไตรมาสแรกขยายตัว 4.5% สูงกว่าคาด >>Click​​
​​
K-PLAN ,K-PLAN2 , K-PLAN3, K-SF,K-SF-A,K-SF-SSF, K-GINCOME, K-GINCOME-A(A), K-GINCOME-A(R), K-GINCOME-SSF, K-GINCOME-RMF, กองทุนแนะนำ, กองทุนผลตอบแทนดี, กองทุนรวม, กองทุนรวม ตัวไหนดี , กองทุน กสิกร 
 

Yes
8/2/2023
0